หญิงรับใช้ชะงักไป ในฐานะแม่บ้าน เธอย่อมรู้ดีว่าไม่ควรล่วงเกินเจ้านาย แม้ปกติคุณชายเจียงจะดูสุภาพ แต่สายตาที่มองคนกลับเย็นชาเสียจนน่ากลัว
เธอคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด จึงแสร้งทำเป็นร้องไห้ใส่ชายหนุ่มที่ลุกขึ้นจากเก้าอี้ในห้อง “คุณชาย ฉัน...ฉันแค่ทำงานของตัวเองอยู่ในครัว ไม่คิดเลยว่าคุณหนูจะตบหน้าฉัน”
“คุณชาย...ฉันขอโทษคุณหนูแล้ว ขอร้องล่ะ...”
จิ่งเซ่อกำหมัดแน่นเมื่อได้ยินคำพูดนั้น น้ำตาคลอเบ้ามองไปทางเจียงจั๋วชิง ก่อนจะหันหลังเดินจากไปด้วยความโมโห
หญิงรับใช้เพิ่งเผยรอยยิ้มโล่งใจที่รอดพ้นจากเรื่องนี้ ทว่าเจียงจั๋วชิงกลับเดินออกมาด้วยสีหน้าหงุดหงิด สายตาเย็นเยียบจนคนถูกมองสั่นสะท้าน
“พูดใส่ร้ายคนอื่น ไปเอาเงินจากพ่อบ้านแล้วออกไป”
หญิงรับใช้ตกใจจนหน้าซีด “คุณชาย ฉัน...ฉันทำอะไรผิดเหรอคะ...”
เจียงจั๋วชิงปรายตามองเธออย่างเย็นชา “เธอเสียงดังน่ารำคาญ”
จากนั้นเขาก็เดินไปที่ห้องของจิ่งเซ่อ
จิ่งเซ่อจะโวยวายแค่ไหนเขาก็ทนได้ แต่คนอื่นแค่เสียงดังนิดเดียว เขาก็ไล่ออกไปแล้ว
……
จิ่งเซ่อฟุบอยู่บนเตียงของตัวเอง ร้องไห้พลางบ่นพึมพำ “พี่ชายใจร้าย...เจียงจั๋วชิงแย่ที่สุดเลย ปล่อยให้คนอื่นมาแกล้งหนู ตัวร้าย!”
เธอฟาดตุ๊กตาในอ้อมแขนอย่างแรง ร้องไห้จนดวงตาแดงก่ำ
เจียงจั๋วชิงผลักประตูเข้ามา เห็นเธอกำลังโมโหจึงเดินไปนั่งข้างเตียง “ร้องไห้ทำไม แค่แม่บ้านคนเดียวเอง ยังจะมาแกล้งเธอได้จริง ๆ หรือไง”
จิ่งเซ่อสะอื้นฮัก ๆ ถามอย่างน้อยใจ “คุณคิดว่าหนูเป็นตัวปัญหา ไม่ชอบหนูเหรอ”
“ก็มีบ้าง แต่ทนได้” เจียงจั๋วชิงดึงเธอออกมาจากผ้าห่ม พอเขายื่นมือออกไป อีกฝ่ายก็พุ่งเข้ามาซุกในอ้อมแขนทันที
ที่คนอื่นพูดกันก็เป็นเรื่องจริงสินะ
จิ่งเซ่อกอดเขาไว้ รู้สึกว่าตัวเองช่างไม่เอาไหน เพราะเธอขาดยาปลอบประโลมที่ช่วยให้อาการกำเริบของเธอดีขึ้นอย่างเขาไม่ได้จริง ๆ “คุณไล่เธอออกไปสิ”
“อยากไล่ใครก็ไล่ได้ ไม่ต้องถามฉัน” เจียงจั๋วชิงตบหลังเธอเบา ๆ พลางคิดถึงสมการในหัว ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นแล้วพากลับไปห้องของตัวเองเสียเลย
จิ่งเซ่อนั่งอยู่บนตักเขา เห็นแก้วน้ำบนพรม ส่วนชายหนุ่มที่กอดเธออยู่ก็ยังคงจัดการข้อมูลโมเดล
เธอดูออกว่าอีกฝ่ายไม่มีเวลามาปลอบเธอ
เธอเบะปากแล้วลงจากตักเจียงจั๋วชิง แต่ยังพูดต่อว่า “หนูขอนอนที่นี่ได้ไหม นะนะ”
เจียงจั๋วชิงขมวดคิ้ว แต่เมื่อเห็นว่าเมื่อครู่เธอเพิ่งร้องไห้ เขาก็ยอมตกลง
จิ่งเซ่อลงไปนอนบนเตียงของพี่ชาย กลิ้งไปมาหลายรอบแล้วใช้มือทั้งสองข้างเท้าคางมองเขาทำงานหาเงิน
เจียงจั๋วชิงใช้เวลาไม่กี่นาทีก็จัดการงานเสร็จ พอรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมาจากด้านหลัง เขาก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำ
จิ่งเซ่อจึงกลับไปเล่นโทรศัพท์บนเตียง ไม่นานเธอก็รู้สึกคอแห้งผาก ร่างกายเกิดความว่างเปล่าคุ้นเคยขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมความปรารถนาที่จะสัมผัสใครบางคน
เธอมองไปทางห้องน้ำ สภาพร่างกายของตัวเองทำให้เธอกลุ้มใจ แต่เธอก็ควบคุมมันไม่ได้
เธอนั่งไม่ติด รีบวิ่งไปตบประตูกระจกหน้าห้องน้ำ
ไม่นานเสียงน้ำในห้องน้ำก็เงียบลง เธอจ้องเขาไม่กะพริบตา
เจียงจั๋วชิงเดินออกมาพร้อมผ้าขนหนูพันเอว ร่างกายยังเปียกชื้น เขากวาดตามองหญิงสาวที่จ้องเขาด้วยสายตาหวานเยิ้ม เขาเป็นคนพูดน้อยอยู่แล้ว แค่คุยกับเธอได้ขนาดนี้ก็นับว่าพูดมากแล้ว
“เข้ามาสิ” ชายหนุ่มเพิ่งยื่นมือออกไป
จิ่งเซ่อก็รีบคว้านิ้วเขาแล้วโผเข้าไปในอ้อมแขนทันที แนบชิดคลอเคลีย กอดกันแน่นจนแทบแยกจากกันไม่ได้
“ตัวคุณเย็นจัง ไม่เหมือนหนูเลย”
เจียงจั๋วชิงอุ้มเธอกลับไปที่เตียง ปล่อยให้เธอกอดเขาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก “กอดได้ แต่อย่าซนจับตรงนั้นตรงนี้”
จิ่งเซ่อเสียดายมาก แต่ก็ทำได้แค่เชื่อฟัง ไม่อย่างนั้นเขาคงโยนเธอออกไป
แต่แค่ได้แนบชิดกับเขาแบบนี้ก็ดีมากแล้ว เธอเผยรอยยิ้มมีความสุข
พอจิ่งเซ่อดีขึ้น เจียงจั๋วชิงก็ไปเปลี่ยนชุดนอนในห้องแต่งตัวแล้วเดินออกมา
จิ่งเซ่อเฝ้ารอเขากลับมาด้วยความใจจดใจจ่อ พอชายหนุ่มล้มตัวลงนอน เธอก็ขยับเข้าไปกอดร่างเขาอย่างออดอ้อน พร้อมยกขาพาดเอวเขา
“จิ่งเซ่อ ทำตัวให้เรียบร้อยหน่อย” ขมับของเจียงจั๋วชิงกระตุกอยู่หลายครั้ง ผู้หญิงคนนี้ชักจะได้คืบเอาศอกเกินไปแล้ว
ทุกลมหายใจของเขาเต็มไปด้วยกลิ่นหอมหวานเข้มข้นจากตัวเธอ ราวกับแทรกซึมไปทั่วทุกที่ เขาไม่ชอบกลิ่นแบบนี้ แต่ก็ทำได้เพียงปล่อยให้เธอเข้ามาใกล้
ไม่อย่างนั้นเธอก็จะร้องไห้อีก
เขาเงียบไปแล้วหลับตาลง
มือเล็ก ๆ ของจิ่งเซ่อสอดเข้าไปในชุดนอนตัวหลวมของเขา แต่ก็ถูกชายหนุ่มคว้าเอาไว้
“ไม่อยากนอนแล้วใช่ไหม”
น้ำเสียงของเจียงจั๋วชิงเย็นชาเป็นพิเศษ พอให้นอนบนเตียงของเขาแล้วก็ยิ่งจัดการยากขึ้นไปอีก
จิ่งเซ่อพูดเสียงอ่อน
“หนูป่วย...ไม่สบายไปหมดทุกที่เลยนะ หนูเป็นคนป่วย พี่ชายต้องใจกว้างกับคนป่วยหน่อยสิ”
เจียงจั๋วชิงสะบัดมือเธอออก ขมวดคิ้วจ้องใบหน้าใสซื่อไร้เดียงสาของเธอ ทั้งที่กำลังทำเรื่องแบบนี้อยู่แท้ ๆ
“ไม่ก็อยู่นิ่ง ๆ แล้วนอน ไม่งั้นก็ออกไป”
จิ่งเซ่อเบะปาก ซุกหน้าเข้ากับอกเขา “พี่ชาย...ก็ได้ หนูจะปล่อยให้ตัวเองทรมานตายไปเลย ถึงตอนนั้นคุณอากับคุณน้าถามพี่ว่า จิ่งเซ่ออยู่ไหน พี่ก็บอกไปว่าพี่ชายไม่เอาจิ่งเซ่อแล้ว”
อีกฝ่ายเหมือนจะหลับไปแล้ว
“เจียงจั๋วชิง...”
เจียงจั๋วชิงนึกถึงเรื่องเมื่อสัปดาห์ก่อน ตอนที่เขาดื่มเหล้าเมาจนเกือบจะมีอะไรกับเธอ จะนอนด้วยกันก็ช่างเถอะ พวกเขานอนด้วยกันอยู่ทุกวันอยู่แล้ว
แค่คืนนั้นเขายังมีสติมากกว่าความปรารถนา ไม่อยากให้เรื่องเลยเถิดจนกลายเป็นว่าต้องแต่งงานกัน เขาคิดจะเลื่อนเรื่องแต่งงานออกไปก่อน ไม่อยากถูกเธอผูกมัดไว้ตลอดไปเร็วเกินไป
แต่หลังจากครั้งนั้น ผู้หญิงคนนี้ก็เรียกร้องมากขึ้นเรื่อย ๆ ถึงขั้นทำตัวเกินเลยขึ้นทุกวัน
“จิ่งเซ่อ เธอเป็นผู้หญิงนะ ต้องรู้จักสงวนท่าทีบ้าง”
เขารู้สึกปวดหัวเหลือเกิน ผู้หญิงคนนี้ยิ่งนับวันก็ยิ่งเก่งเรื่องเกาะติดเขา
จิ่งเซ่อไม่อยากสงวนท่าที จะต้องทำตัวสงวนท่าทีกับว่าที่สามีของตัวเองไปทำไม อย่างไรพวกเขาก็ต้องแต่งงานกันอยู่แล้ว
จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ของเจียงจั๋วชิงก็ดังขึ้น
จิ่งเซ่อไม่เคยเห็นหมายเลขโทรศัพท์ที่ปรากฏบนหน้าจอ
เจียงจั๋วชิงกดรับสายโดยไม่ลังเล
“เจียงจั๋วชิง ข้อมูลมีค่าผิดปกติอยู่หน่อยหนึ่ง ตอนนี้คุณมาที่ห้องคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยได้ไหม”
เป็นเสียงผู้หญิง
จิ่งเซ่อหูผึ่งขึ้นมาทันที เธอมองเจียงจั๋วชิงด้วยดวงตาคลอหยาดน้ำตา ทั่วทั้งตัวมีแต่ท่าทีห้ามเขาไป
“ผิดปกติตรงไหน” เจียงจั๋วชิงเพิ่งตรวจข้อมูลในระบบไป ไม่มีปัญหาอะไรเลย
หญิงสาวพูดอย่างร้อนใจ “ช่วงคลื่นนี้กับค่าความต่างของขอบเขตการคำนวณคลาดเคลื่อนกันมาก...ฉันติดต่ออากุ่ยไม่ได้”
เจียงจั๋วชิงไม่ได้ร้อนใจ เขามั่นใจในโมเดลของตัวเองมาก อีกอย่าง ปัญหาอะไรที่เจอในช่วงทดสอบก็แก้ได้ทั้งนั้น ไม่มีเหตุผลต้องทำงานล่วงเวลากลางดึก
“พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”
จิ่งเซ่อยื่นมือไปวางสาย เธอพูดอย่างไม่พอใจว่า “พี่ชายชอบผู้หญิงแบบนี้เหรอ”
เธอเป็นสมาชิกหญิงในชมรมการเงินของเขา เป็นคนที่เจียงจั๋วชิงยกเว้นรับเข้าชมรมด้วยตัวเอง ใคร ๆ ก็พูดว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาคลุมเครือ
เจียงจั๋วชิงปิดโทรศัพท์ “ไม่ชอบ”
จิ่งเซ่อถอนหายใจโล่งอก เขาบอกว่าไม่ชอบก็คือไม่ชอบ แต่ผู้หญิงคนนั้นจงใจชัด ๆ
เธอฟุบลงบนตัวเขาอย่างกล้าได้กล้าเสีย สายชุดนอนบนไหล่เลื่อนหลุดลงมา
เจียงจั๋วชิงมองท่าทางกล้าหาญของเธอ ภายใต้ชุดนอนบางเบานั้นคือเรือนร่างที่เติบโตเป็นสาวเต็มตัว เขาไม่ได้เบือนสายตาหนี “ใครสอนเธอ”
จิ่งเซ่อไม่กล้าบอกว่าเธอเคยดูอะไรมา เธอโน้มตัวลงมา เส้นผมยาวทิ้งตัวลงข้างแก้ม ริมฝีปากอวบอิ่มเย้ายวน ค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้ปากเขา “จุ๊บหนูหน่อยสิ”
“คุณจุ๊บหนู แล้วหนูจะนอน”
เพื่อให้ได้นอน เจียงจั๋วชิงจึงจุ๊บเธอส่ง ๆ
จิ่งเซ่อดีใจมาก ในที่สุดพวกเขาก็จูบกันอีกครั้ง เธอมึนงงไปหมดแล้ว
เจียงจั๋วชิงพลิกตัวกดเธอลงใต้ร่าง จากนั้นก็คลุมผ้าห่มแล้วเตือนว่าเธอห้ามเรียกร้องอะไรอีก
จิ่งเซ่อเม้มปาก ซุกอยู่ในอ้อมแขนเขาพลางยิ้ม “ชอบเจียงจั๋วชิงจังเลย ชอบจุ๊บที่สุด”
“อยากแต่งงานเร็ว ๆ จัง”
