กลางเดือนมิถุนายน
ยังไม่ถึงช่วงหน้าร้อนของโรงหนัง
หนังที่เข้าฉายในโรงตอนนี้มีไม่มาก ที่พอมีชื่อหน่อยก็มีแค่เรื่อง คู่ทรชน คนเหนือเมฆ กับ ก็อดซิลล่า แล้วก็หนังสยองขวัญเรื่อง สางหวีกลางดึก อีกเรื่อง แต่หนังสยองขวัญจีนในสายตาคนดูก็คือหนังห่วยมาตลอด แทบไม่มีใครไปดูหรอก
“ดูเรื่องไหนดี”
“ก็อดซิลล่าแล้วกัน”
เฉินชิงชิงกดซื้อตั๋วในมือถือเงียบๆ ลังเลนิดหน่อย แล้วก็สั่งโค้กกับป๊อปคอร์นเพิ่มอีกอย่างละหนึ่ง
ทั้งคู่ขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนสุด หลังจากกดรับตั๋วเสร็จ เฉินชิงชิงก็ให้สวี่เย่เดินไปรับโค้กกับป๊อปคอร์นที่เคาน์เตอร์
สวี่เย่ก้าวมายืนตรงหน้าเฉินชิงชิง ถามว่า “เธอสั่งแค่อย่างละหนึ่งเองเหรอ”
“อืม”
“งกจัง”
เฉินชิงชิงมองสวี่เย่ด้วยสายตาราวกับมองพวกเบาปัญญา เธออธิบายอย่างรำคาญว่า “ซื้อให้เธอต่างหาก ฉันไม่ดื่มน้ำอัดลม แล้วก็ไม่กินอาหารขยะ”
“ครับๆ ท่านคือนางฟ้าลงมาจุติ ไม่กินของหยาบทางโลก”
เฉินชิงชิงขี้เกียจสนสวี่เย่ ทั้งคู่รออยู่ข้างนอกอีกห้าหกนาที พอทางโรงเปิดให้เข้าแถว ก็เดินเข้าโรงด้วยกัน
เฉินชิงชิงจำได้ดีเลยว่าตัวเองไปโรงหนังครั้งสุดท้ายเมื่อสามปีก่อน ก็คือตอนที่พ่อกับแม่ยังไม่หย่ากัน นั่นก็เป็นหนังเรื่องสุดท้ายที่ครอบครัวได้ดูด้วยกัน
หลังจากครั้งนั้น เฉินชิงชิงก็ไม่เคยเข้าโรงหนังอีกเลย
