ห้องของเธอกว้างใหญ่มาก
ถึงขั้นมีห้องแต่งตัวแยกต่างหาก ภายในเต็มไปด้วยเสื้อผ้ามากมาย ส่วนใหญ่เป็นชุดที่เจียงเหม่ยหลินซื้อให้ และยังมีกระเป๋าราคาหลักหมื่นขึ้นไปอีกหลายใบ
แต่กระเป๋าส่วนใหญ่ เฉินชิงชิงแทบไม่เคยใช้เลย ซื้อมาแล้วก็วางไว้ในตู้เป็นของประดับเท่านั้น
ฐานะทางบ้านของเฉินชิงชิงนั้นดีมาก
พ่อ เฉินหานซง เป็นผู้จัดการธนาคารพาณิชย์ท้องถิ่น เงินเดือนเริ่มต้นที่หลักล้านต่อปี
แม่ เจียงเหม่ยหลิน เงินเดือนสูงกว่าเฉินหานซงเสียอีก
ทั้งคู่เป็นคนบ้างาน นี่จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พวกเขาหย่ากัน
เฉินชิงชิงเป็นเด็กผู้หญิงที่พูดน้อยมาตั้งแต่ไหนแต่ไร หลังจากที่เฉินหานซงกับเจียงเหม่ยหลินหย่ากัน เธอก็ยิ่งพูดน้อยลงไปอีก เธอมักจะอยู่บ้านคนเดียวเงียบๆ ไม่ชอบออกไปข้างนอก ดังนั้นจึงไม่มีเพื่อนเลยสักคน
แต่เฉินชิงชิงเองก็คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตตามลำพังมานานแล้ว
เธอนอนอยู่บนเตียงนอนนุ่มใหญ่ฟังเพลงจนหลับไป ไฟในห้องไม่ได้ปิดเลยตลอดทั้งคืน เธอไม่เคยปิดไฟนอน เพราะรู้สึกว่าการเปิดไฟไว้ช่วยให้รู้สึกปลอดภัย
ตื่นขึ้นมาอีกที
วิลลาหลังใหญ่ก็เหลือเพียงเธออีกเช่นเคย
บนโต๊ะอาหารชั้นล่างมีสเต็กที่ทอดเสร็จแล้วหนึ่งจาน กับนมอีกหนึ่งแก้ว ข้างๆ มีกระดาษโน้ตแปะติดไว้ว่า
"ขอโทษนะชิงชิง แม่ต้องไปทำงานต่างจังหวัด แม่ส่งข้อความบอกหรูเสวี่ยแล้วนะ เดี๋ยวเธอจะมา ถ้าหนูต้องการอะไรก็บอกเธอได้เลย"
หวังหรูเสวี่ยเป็นผู้ช่วยดูแลชีวิตประจำวันที่เจียงเหม่ยหลินจัดหาให้เฉินชิงชิง และเป็นหนึ่งในไม่กี่คนนอกจากแม่ลูกคู่นี้ที่ขึ้นมาบนบ้านได้
