“นี่ตรรกะอะไรของแกเนี่ย”
ฉินจื้อเหว่ย แม้จะไม่เคยมีแฟนมาก่อน แต่ก็รับไม่ได้กับคำพูดไร้เหตุผลแบบนี้ เขาลุกขึ้นเตรียมจะเดินหนี
กู้เมิ่งเหยาจู่ๆ ก็ลุกขึ้นพูดว่า “ฉินจื้อเหว่ย นายอย่าไปบอกสวี่เย่ว่าบ่ายนี้เจอฉันได้ไหม”
“สบายใจได้ ฉันไม่ใช่คนปากมาก”
หลิวเชี่ยนก็โมโหตาม “เมื่อกี้แกว่าใครน่ะ”
ฉินจื้อเหว่ยอึ้งไป “เอ๊ะ ฉันไม่ได้ว่าเธอสักหน่อย เธอจะโมโหทำไม”
กู้เมิ่งเหยาดึงหลิวเชี่ยนไว้ แล้วถามต่อ “งั้นนายบอกฉันได้ไหมว่าสวี่เย่ทำงานพิเศษหน้าร้อนอยู่ที่ไหน”
“พบรักบาร์ดนตรี”
พูดจบ ฉินจื้อเหว่ยก็เดินออกจากร้านชานมไปทันที
ทันทีที่พ้นประตู ฉินจื้อเหว่ยก็เสียใจแทบตาย
ให้ตายสิ ออกมาทีไรไม่ได้อะไรเลย แถมยังต้องควักค่าเครื่องดื่มอีก
สองคนนี้มันเก่งจริง นัดฉันออกมา แต่ตัวเองไม่สั่งอะไรเลย ตั้งใจจะให้ฉันเลี้ยงชัดๆ
ฉินจื้อเหว่ยเอ๋ยฉินจื้อเหว่ย ถ้ามีครั้งหน้า นายมันก็ไอ้โง่!
หลังจากฉินจื้อเหว่ยกลับไปแล้ว
ในร้านชานม
“เมิ่งเหยา เธอไม่คิดจะไปหาสวี่เย่ใช่ไหม”
กู้เมิ่งเหยาส่ายหน้าเบาๆ “ฉันยังคิดไม่ออก”
“ฉันว่า ถ้าเขาไม่มาหาเธอ ก็ช่างมันไปเหอะ ยังไงตอนนี้เราก็เรียนจบแล้ว ที่มหาวิทยาลัยต้องมีผู้ชายดีๆ อีกเยอะ เธอสวยขนาดนี้ ต้องเจอคนที่ดีกว่าแน่”
กู้เมิ่งเหยาพูดเรียบๆ “ฉันแค่อยากรู้ว่าทำไมสวี่เย่ถึงเย็นชากับฉันนัก หลายวันมานี้ฉันคิดแล้วคิดอีก ก็ยังไม่เข้าใจ”
“โอ๊ย อย่าคิดมากเลย ข่าวก็บอกอยู่ ผู้ชายมากกว่าผู้หญิงตั้งเยอะ ต่อไปเราเลือกเขา ไม่ใช่เขาเลือกเรา คอยดูเถอะ สวี่เย่ต้องเสียใจแน่”
