เมื่อรู้ตัวว่าคิดมากเกินไป เจียงเหม่ยหลินก็ได้สติกลับมา
เธอเหลือบดูนาฬิกาที่ข้อมือ จากนั้นก็ยิ้มละมุนและเอ่ยกับสวี่เย่ว่า “ที่ฉันมาหาแกวันนี้ ไม่ได้จะมาตำหนิอะไรเลยนะ ฉันเองก็ไม่ได้ขัดขวางให้แกกับชิงชิงเป็นเพื่อนกัน แต่ฉันหวังว่าแกจะไม่ก้าวข้ามเส้นบางอย่าง แกเป็นเด็กที่ฉลาดมาก น่าจะเข้าใจที่ฉันหมายถึงนะ”
สวี่เย่หัวเราะ “คุณน้าวางใจเถอะครับ เรื่องแบบนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก”
“ขอบใจนะ”
เจียงเหม่ยหลินลุกขึ้นยืน กำลังจะไป แต่จู่ๆ ก็หันกลับมาถามว่า “คุน้าขอแอดวีแชตของแกได้ไหม”
“ได้สิครับ”
สวี่เย่หยิบมือถือออกมาให้เจียงเหม่ยหลินสแกนคิวอาร์โค้ด พอแอดเสร็จแล้ว เธอก็ทิ้งท้ายไว้วว่า “ฉันแซ่เจียง”
“ครับ”
เจียงเหม่ยหลินยิ้มอ่อนๆ แล้วก้าวเท้าออกจากร้านเหล้าไป
พอกลับขึ้นรถ เธอก็สั่งให้คนขับขับกลับบ้าน หวังหรูเสวี่ยเห็นเจียงเหม่ยหลินกลับมาก็รีบออกมาต้อนรับ “คุณเจียง เส้นหมี่อยู่ในหม้อเรียบร้อยแล้วค่ะ ชิงชิงกำลังกินอยู่ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวกลับก่อนนะ”
“ลำบากเธอแล้ว”
“หน้าที่ค่ะ”
เจียงเหม่ยหลินเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น ที่โต๊ะอาหาร เฉินชิงชิงกำลังค่อย ๆ กินเส้นหมี่ทีละคำเล็ก ๆ เนื่องจากเพิ่งตักออกมาจากหม้อ ทุกคำที่กิน เฉินชิงชิงต้องเม้มปากเป่าเส้นให้เย็นก่อน
เจียงเหม่ยหลินยิ้มแล้วเดินเข้าไป หยิบหนังยางรัดผมออกจากกระเป๋า สางผมยาวดำนุ่มสลวยของเฉินชิงชิงขึ้นมา และรวบเกล้าผูกให้เธออย่างคล่องแคล่ว
ถัดจากนั้น เธอก็เข้าไปในครัว ตักเส้นหมี่ในชามให้ตัวเอง แล้วนั่งลงตรงข้ามเฉินชิงชิง
“ชิงชิง ช่วงนี้งานของแม่เสร็จเรียบร้อยแล้วนะ แม่ว่างอยู่บ้านได้สักพักเลย”
