เซี่ยเหยาชินกระแอมเบา ๆ “เอาละ งั้นเรามาตั้งใจทำภารกิจกันดีกว่า ลู่เจวี๋ยหมิงคนนั้นมีสถานะอะไร?”
ความทรงจำที่เขาได้รับมามีเพียงมุมมองของเจ้าของร่างเดิม เนื้อเรื่องจึงไม่สมบูรณ์
แต่เขาเชื่อสายตาตัวเอง คนคนนั้นโดดเด่นกว่าพระเอกฝ่ายรุกอย่างเฮ่อหลินอันในทุกด้าน จะเป็นแค่ตัวประกอบผ่านทางได้ยังไง?
ศูนย์ศูนย์หนึ่งกำลังฮึกเหิม พอได้ยินก็เข้าสู่โหมดทำงานทันที “ฉันขอตรวจสอบก่อน... อ๊ะ เจอแล้ว!”
“สถานะของลู่เจวี๋ยหมิงมีเขียนไว้ในเนื้อเรื่องที่ถูกซ่อนไว้ เขาเป็นประธานบริษัทเทคโนโลยีเซิ่งซื่อ ครอบครัวของเขามีอำนาจมาก ถ้าเอาเขาไปเทียบกับพระเอกฝ่ายรุกแล้ว... เอ่อ อยู่กันคนละระดับเลย”
“ปกติลู่เจวี๋ยหมิงวางตัวเงียบ ๆ ครั้งนี้ก็บังเอิญถึงได้มาออกรายการวาไรตี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกคนอื่นตามตอแย ตอนออกรายการเขาเลยประกาศกับคนภายนอกว่าเป็นแค่ผู้บริหารบริษัทธรรมดา”
“หลังจากเข้าร่วมรายการ พระเอกฝ่ายรับก็ประทับใจรูปลักษณ์กับบุคลิกของเขา ถึงขั้นเป็นฝ่ายเข้าหาและแสดงไมตรีให้หลายครั้ง แต่ตอนแรกเขาก็ไม่ไหวติง”
“แต่หลังจากนั้น เขาจะถูกความดีงามและความจริงใจของพระเอกฝ่ายรับทำให้หวั่นไหวเหมือนแขกรับเชิญคนอื่น ๆ แล้วสุดท้ายก็จะกลายเป็นไพ่ตายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพระเอกฝ่ายรับในเรื่อง”
“ช่วยพระเอกฝ่ายรับจัดการปัญหา คอยเป็นที่พึ่งให้ ถึงขั้นป่วยเป็นโรคร้ายแรงในภายหลัง ก่อนตายยังยกธุรกิจทั้งหมดของตัวเองให้พระเอกฝ่ายรับโดยไม่มีเงื่อนไข ช่วยให้พระเอกฝ่ายรับก้าวข้ามชนชั้นและตบหน้าพวกที่บอกว่าพระเอกฝ่ายรับไม่คู่ควรกับพระเอกฝ่ายรุก...”
“?” เซี่ยเหยาชินตะลึงสุดขีด “นี่มันคนโง่ที่ยอมโดนเอาเปรียบชัด ๆ ไม่ใช่หรือไง?”
หนึ่งคนหนึ่งระบบกำลังซุบซิบกันอยู่ในหัวของเซี่ยเหยาชิน จู่ ๆ ก็มีทีมงานคนหนึ่งเข้ามาบอกว่าผู้กำกับจะเริ่มจัดสรรอาหารเย็น ให้เขารีบกลับไป
อาหารเย็นก็แบ่งตามอันดับภารกิจเหมือนกัน เจ้าของร่างเดิมทุ่มสุดตัวทำภารกิจตอนเช้า เลยได้นอนกลางวันนานขนาดนั้น
เซี่ยเหยาชินกลับไปยังลานบ้านชาวนาที่มีทิวทัศน์งดงาม
สิ่งแรกที่เขาทำคือมองหาลู่เจวี๋ยหมิง แล้วแอบสำรวจอีกฝ่าย
ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่า บุคลิกภูมิฐานสูงศักดิ์ หน้าตาหล่อเหลาไร้ที่ติ ทั่วทั้งร่างแผ่กลิ่นอายเย็นชาที่บอกให้คนแปลกหน้าอย่าเข้ามาใกล้
—ดูยังไงก็ไม่น่าเชื่อเลยว่าต่อไปจะกลายเป็นหมาผู้ซื่อสัตย์ของพระเอกฝ่ายรับ
เฮ่อหลินอันพาโจวมู่ไป๋เดินเข้ามาจากข้างนอก พอเห็นเซี่ยเหยาชินแอบมองลู่เจวี๋ยหมิงอยู่ สีหน้าก็ดำทะมึนขึ้นมาทันที!
โจวมู่ไป๋กระซิบ “หลินอัน?”
“ไม่เป็นไร” เฮ่อหลินอันถอนสายตากลับมา พยายามข่มความหงุดหงิดที่อธิบายไม่ถูกในใจ
เซี่ยเหยาชินเห็นทั้งสองคนเข้ามาแล้ว แต่ไม่ได้สนใจ เพียงเหลือบมองโจวมู่ไป๋อย่างเฉยชา
ในเนื้อเรื่อง ทั้งคู่เป็นตัวแทนของรักแรกในดวงใจเหมือนกัน แน่นอนว่าหน้าตาย่อมคล้ายกันอยู่บ้าง แต่ตอนนี้เขาใช้ได้แค่ใบหน้าของตัวเอง ข้อมูลของโลกใบเล็กจึงปรับเปลี่ยนโดยอัตโนมัติ กลายเป็นว่าโจวมู่ไป๋หน้าตาคล้ายเขาอยู่บ้าง
จิ๊ จะว่าไปเขาก็แอบรังเกียจอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะตอนเห็นโจวมู่ไป๋ใช้ใบหน้านั้นทำสีหน้าอ่อนแอบอบบางและหวาดหวั่นไม่สบายใจ ก็รู้สึกเหมือนทั้งดวงตาและจิตใจถูกโจมตีพร้อมกัน!
โชคดีที่ผู้กำกับเริ่มพูดขึ้นมาพอดี บอกว่ากำลังจะจัดสรรอาหาร เขาถึงดึงความสนใจกลับมาได้ทัน
ตามการจัดการของทีมงานรายการ รางวัลของผู้ได้อันดับหนึ่งคือไก่บ้านหนึ่งตัว หมูสามชั้นชั้นดีหนึ่งชิ้น และผักอีกสองอย่าง
อันดับสองได้ไก่หนึ่งตัวกับผักสองอย่าง
ส่วนอันดับสามได้หมูสามชั้นกับผัก
หลังจากนั้นรางวัลก็ลดหลั่นกันไป ผู้ที่ได้อันดับต่ำกว่าอันดับสามจะไม่มีเนื้อกินแล้ว
ภารกิจเช้าวันนี้คือเกี่ยวข้าว เจ้าของร่างเดิมเติบโตในชนบทมาสิบหกปี งานไร่นาแบบนี้จึงคล่องมืออยู่แล้ว ยิ่งบวกกับความทุ่มเทของเขา อันดับหนึ่งจึงตกเป็นของเขาอย่างไร้ข้อกังขา
ลู่เจวี๋ยหมิงได้อันดับสอง เขาไม่ได้ออกแรงมากนักด้วยซ้ำ แถมยังหายตัวไปกลางคัน แต่ก็ยังคว้าอันดับสองมาได้อย่างง่ายดาย
เซี่ยเหยาชินเหลือบมองลู่เจวี๋ยหมิงอย่างแนบเนียน ในใจเต็มไปด้วยความตกตะลึง
เป็นประธานบริษัทเทคโนโลยีแท้ ๆ เกี่ยวข้าวได้ดุดันขนาดนี้เชียวหรือ?
เมื่อมองเอวแข็งแรงได้สัดส่วนของชายหนุ่ม ความคิดของเขาก็เริ่มเตลิดไปไกล อดสงสัยไม่ได้ว่าเวลาไปทำอย่างอื่นจะดุดันขนาดนี้หรือเปล่า...
จู่ ๆ ลู่เจวี๋ยหมิงก็หันมามอง สายตาคมกริบเจือแววเตือนอยู่เล็กน้อย
แววตาของเซี่ยเหยาชินกลับมาเป็นปกติในชั่วพริบตา เขายิ้มให้อีกฝ่ายอย่างไร้พิษภัย
ในใจเขาบ่นกับศูนย์ศูนย์หนึ่ง “ทำไมหมอนั่นมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น? ฉันไปทำอะไรเขาหรือไง?”
ศูนย์ศูนย์หนึ่งที่ดูภาพก่อนหน้านี้มาแล้วตอบ “...เมื่อกี้นายเพิ่งพูดว่าก้นเขางอน แล้วยังมองเขาด้วยสายตาหื่น ๆ อีก ใครเจอแบบนี้ก็ต้องกลัวกันทั้งนั้นแหละ?”
เซี่ยเหยาชิน “...”
พูดเหลวไหล! เขาแค่ชื่นชมอย่างบริสุทธิ์ใจตรงไหนหื่นกัน?
ผู้กำกับยังคงประกาศอันดับต่อ
อันดับสามคือเวินลี่เต๋อ ศิลปินอาวุโส แม้จะอายุมากแล้วแต่ร่างกายยังแข็งแรง ยิ่งสมัยหนุ่ม ๆ เคยผ่านความลำบากมา งานที่ทำจึงคล่องแคล่วมาก
ที่น่าสนใจคือโจวมู่ไป๋ได้อันดับสุดท้ายอีกแล้วเหมือนเดิม แม้แต่สวี่ชิงฮวนที่เป็นผู้หญิงยังเก่งกว่าเขา อย่างน้อยก็ได้แค่อันดับรองสุดท้าย
เฮ่อหลินอันที่เป็นซีอีโอผู้บริหารซึ่งนั่งทำงานในออฟฟิศเป็นประจำทำงานได้ไม่เอาไหนเหมือนกัน ได้อันดับสี่จากท้าย
ตามกติกาของทีมงานรายการ วัตถุดิบที่พระเอกฝ่ายรุกกับพระเอกฝ่ายรับได้มีน้อยจนน่าสงสาร แถมยังเป็นผักทั้งหมด
แต่เวลานี้เฮ่อหลินอันกลับพูดกับโจวมู่ไป๋อย่างไม่สนใจคนรอบข้างว่า “เช้านี้นายเหนื่อยแล้ว ต้องบำรุงกำลังให้ดี เดี๋ยวฉันตุ๋นซุปไก่ให้เอาไหม?”
ดวงตาของโจวมู่ไป๋เป็นประกาย ใบหน้าเล็กเรียวดูสะอาดสะอ้านเผยรอยยิ้มน่ารัก เขาพยักหน้าอย่างมีความหวัง “ได้”
เซี่ยเหยาชิน “?”
ในหัวเขา “พวกนั้นพูดบ้าอะไรกัน?”
ถ้าเขาเข้าใจไม่ผิด มีแค่เขาที่ได้อันดับหนึ่งกับลู่เจวี๋ยหมิงเท่านั้นที่ได้ไก่ไม่ใช่หรือไง?
ศูนย์ศูนย์หนึ่งอธิบาย “ในเนื้อเรื่องเดิม วัตถุดิบที่เจ้าของร่างเดิมทุ่มสุดตัวทำภารกิจจนได้มาแต่ละครั้ง ล้วนยกให้พระเอกฝ่ายรุก”
แน่นอนว่าพระเอกฝ่ายรุกก็เอาไปให้พระเอกฝ่ายรับอีกที
เจ้าของร่างเดิมไม่เต็มใจแน่นอน แต่ต่อหน้าเฮ่อหลินอันเขาเป็นแค่หมาผู้ซื่อสัตย์ตัวหนึ่ง พอเฮ่อหลินอันทำหน้าบึ้ง เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรสักคำ
เซี่ยเหยาชินหยิบของที่ได้มาแล้วถือเดินตรงไปทางห้องครัว
เฮ่อหลินอันพูดขึ้นกะทันหัน “ไม่ต้องจับแล้ว วางลง เดี๋ยวให้มู่ไป๋ทำเอง ฝีมือทำอาหารเขาดีกว่านายเยอะ ของที่นายทำไม่ถูกปากเขาหรอก”
น้ำเสียงของเขาเป็นธรรมชาติราวกับเป็นเรื่องแน่นอน ทั้งยังไม่คิดปกปิดความรังเกียจแม้แต่น้อย
โจวมู่ไป๋ก็เดินออกมา ดวงตาเป็นประกาย ท่าทางตื่นเต้น เขาขยับเข้ามาใกล้สองก้าวแล้วยื่นมือเตรียมรับวัตถุดิบ
เซี่ยเหยาชินเบี่ยงมือหลบ ไม่ยอมให้เขารับไป แล้วถามตรง ๆ ว่า “ผู้กำกับครับ ผมได้อันดับหนึ่ง นี่เป็นอาหารเย็นของผมวันนี้ใช่ไหม?”
ผู้กำกับมองเขาอย่างประหลาดใจ ก่อนพยักหน้า “ใช่ เซี่ยเหยาชิน นายได้อันดับหนึ่ง นี่คือวัตถุดิบที่จัดสรรให้นายสำหรับมื้อเย็นคืนนี้”
“อ้อ ผมนึกว่าตัวเองจำผิดเสียอีก” เซี่ยเหยาชินเลิกคิ้ว มองสองคนนั้นอย่างเย็นชา “แล้วพวกคุณหมายความว่ายังไง?”
เฮ่อหลินอันชะงักงัน
โจวมู่ไป๋เองก็นิ่งค้างอยู่กับที่อย่างทำอะไรไม่ถูก ก่อนหันกลับไปมองเฮ่อหลินอัน
เซี่ยเหยาชินยิ้ม ทั่วทุกอณูเต็มไปด้วยกลิ่นอายประชดประชัน “ไม่จริงมั้ง ไม่จริงน่า! คงไม่มีใครได้อันดับท้าย ๆ แล้วยังอยากกินอาหารของคนได้อันดับหนึ่งหรอกใช่ไหม? คนปกติคงไม่หน้าด้านขนาดนั้นหรอกมั้ง?”
