ชาจิ่วสงสัยใคร่รู้ยิ่งนัก “เพิ่งผ่านไปครึ่งเดือน ท่านทราบได้อย่างไรว่าข้าตั้งครรภ์เทพบุตรแล้ว?”
เทพชื่อฉื้อตอบว่า “ข้ากับเทพบุตรมีความรู้สึกเชื่อมโยงถึงกัน”
ชาจิ่วนึกถึงยาที่ทำให้ตั้งครรภ์ลูกแฝดชายหญิงซึ่งตนกินเข้าไป จึงถามขึ้นมาด้วยความอยากรู้ “เช่นนั้นท่านรู้หรือไม่ว่าเทพบุตรเป็นชายหรือหญิง?”
น้ำเสียงของเทพชื่อฉื้อหนักแน่น “หนึ่งชายหนึ่งหญิง”
“ท่านเก่งกาจยิ่งนัก!” ชาจิ่วประสานมือไว้ตรงอก ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ เอ่ยชื่นชมจากใจจริง
เทพชื่อฉื้อไม่ได้เปิดโปงฝีมือการแสดงอันเกินจริงของแฟนตัวยงผู้นี้
เขาเด็ดดอกท้อที่งดงามที่สุดจากป่าดอกท้อด้านนอก แล้วเหน็บลงบนมวยผมของชาจิ่ว
ชาจิ่วมองป่าดอกท้อ ยิ่งดูก็ยิ่งคุ้นตา “ป่าดอกท้อของท่านเหมือนกับที่ยอดเขาชางสุ่ยไม่มีผิดเลย”
“ป่าท้อนี้ย้ายมาจากยอดเขาชางสุ่ย” เทพชื่อฉื้อกล่าว
“เอ๊ะ?”
“แมงมุมภูเขาตนนั้นปลอมตัวเป็นเจ้า แล้วย้ายไปอยู่ยอดเขาชางสุ่ยกับเหิงชิงเย่า ทำให้ป่าท้อผืนนั้นแปดเปื้อนโดยไร้เหตุผล ข้าจึงย้ายมันมาที่ตำหนักเทพเก้าชั้นฟ้า”
เทพชื่อฉื้อยังจดจำได้ว่า ตอนร่างแยกของเขาเหยียบย่างเข้าสู่ยอดเขาชางสุ่ยเป็นครั้งแรก ชาจิ่วเด็ดดอกท้อจากต้นหนึ่ง แล้วเหน็บไว้บนศีรษะของตี้เซินตัวน้อย
สำหรับเขา ป่าท้อผืนนี้มีความหมาย
จะปล่อยให้คนโง่สองคนนั้นทำให้แปดเปื้อนไม่ได้เด็ดขาด
ชาจิ่วตกตะลึงจนไม่รู้จะพูดอะไร
“จิงหลี แม้ข้าจะใช้โลหิตเทพชำระล้างกายเจ้าให้กลายเป็นกายเทพแล้ว แต่ขั้นบำเพ็ญของเจ้ายังไม่มั่นคง วิญญาณเทพก็ยังไม่บริสุทธิ์นัก เรื่องที่มารดาต้องตายเมื่อให้กำเนิดเทพบุตร อาจเกิดขึ้นได้อีก”
เทพชื่อฉื้อคิดแผนการรอบคอบไว้แล้ว “น้ำในทะเลอู๋ว่างเป็นสิ่งบริสุทธิ์ที่สุดในใต้หล้า มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการชำระล้างและทำให้กายเทพมั่นคง หลังจากบำเพ็ญอยู่ที่นั่นห้าเดือน เจ้าจะเหินสู่ความเป็นเทพอย่างแท้จริง ถึงยามนั้น ต่อให้ให้กำเนิดเทพบุตรก็จะไม่ทำให้ร่างกายเสียหาย เจ้ายินดีหรือไม่?”