ชาจิ่วดูออกว่าปี้ฟางคิดต่อเทพชื่อฉื้อไม่ธรรมดา จึงไม่กล่าววาจาไร้สาระให้มากความ ชักกระบี่จันทร์น้ำค้างออกมา เตรียมบุกฝ่าเข้าไป
เสียงคำรามสะเทือนฟ้าดินดังมาจากภายในถ้ำ พุ่งทะยานขึ้นสู่เวหา
ไออำมหิตไร้ขอบเขตพวยพุ่งออกมา
ปี้ฟางดูคุ้นชินกับสถานการณ์เช่นนี้เป็นอย่างดี “จิ้งจอกปีศาจ เฝ้าปากถ้ำไว้ ข้าจะเข้าไปปลอบมารในใจของท่านเทพชื่อฉื้อ”
จิ้งจอกหางแดงคร้านจะตอบนาง
คาดไม่ถึงว่าปี้ฟางเพิ่งเดินเข้าไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ถูกไออำมหิตที่โหมกระหน่ำซัดกระเด็นออกมา
ร่างของมันคืนสู่สภาพเดิม ขนสีเขียวครามอันงดงามทั่วตัวกลายเป็นสีดำไหม้เกรียม
จิ้งจอกหางแดงถอยห่างออกไปอีกหน่อย เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกเปรอะเปื้อนหางของตน
ชาจิ่วเก็บกระบี่จันทร์น้ำค้าง แล้วเดินตรงเข้าไปด้านใน
ระบบรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล “ชาจ๋า ให้ข้าแลกเกราะระฆังทองให้ดีหรือไม่? ข้ารู้สึกว่าสภาพของเทพชื่อฉื้อไม่ค่อยเข้าที”
ชาจิ่วตอบว่า “ได้ ช่วยแลกยาบำรุงครรภ์แฝดให้ข้าด้วย แล้วก็ยาเสริมกายาที่ทำให้ข้าทนรับการร่วมอภิรมย์กับกายเทพและการกำเนิดเทพบุตรได้”
ระบบตอบ “ไม่มีปัญหา”
ชาจิ่วกินยาเข้าไป ก่อนค่อย ๆ เดินเข้าไปในเขตผนึกที่ปกคลุมด้วยหมอกดำและไออำมหิต
ภายในมืดทึบและแห้งแล้ง ผนังหินรอบด้านเย็นเยียบ ราวกับทอดตัวขึ้นสู่ฟ้าดินโดยไม่มีที่สิ้นสุด
พื้นเต็มไปด้วยค่ายกลลายทอง เทพชื่อฉื้อในชุดคลุมสีดำสนิทยืนอยู่กลางค่ายกล ทั่วร่างถูกหมอกดำพันพัว สีหน้าข่มกลั้นความเจ็บปวด
ใบหน้าของเขาปรากฏลวดลายปกคลุมครึ่งหนึ่งเป็นลายทองบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ อีกครึ่งเป็นลายดำประหลาดน่าสะพรึง