หนิงฉางถิงแขวนเสื้อตัวนอกไว้บนราว ก่อนเอ่ยว่า “ในราชวงศ์มีเพียงองค์หญิงที่ถึงวัยอภิเษกเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับต่างแคว้นอยู่คนเดียว ฝ่าบาทไม่มีทางเลือก ภายใต้อำนาจของราชสำนัก ความผูกพันและความรักใคร่ระหว่างพ่อลูกเพียงน้อยนิดย่อมไม่นับเป็นอะไร”
ยิ่งไปกว่านั้น ตลอดปีเศษที่ผ่านมา องค์หญิงฉยงเซี่ยประสบเรื่องประหลาดไม่ขาดสาย กระทั่งเข้าใกล้นางก็ยังได้กลิ่นเหม็นเน่า นับว่าเป็นลางร้ายอย่างยิ่ง
เกรงว่าความรักเอ็นดูบุตรในพระทัยของฝ่าบาทคงถูกบั่นทอนไปจนแทบหมดสิ้นแล้ว
แน่นอนว่า หากคิดจะชี้นำเรื่องการอภิเษกเชื่อมสัมพันธ์ขององค์หญิง ยังต้องใช้กลอุบายมืดดำในราชสำนักอยู่บ้าง เรื่องเหล่านี้หนิงฉางถิงไม่ได้บอกชาจิ่ว
เขาเห็นแก่ตัว หวังว่าตนจะเป็นคนสะอาดบริสุทธิ์ในสายตาชาจิ่วไปชั่วนิรันดร์
หนิงฉางถิงเดินไปด้านหลังชาจิ่ว โน้มตัวโอบนางจากด้านหลังอย่างแผ่วเบา แล้วจุมพิตลงบนกระหม่อม
“เยี่ยนซู ต่อจากนี้ข้าจะไม่ปล่อยให้ผู้ใดทำร้ายเจ้าและลูก ๆ อีก”
ริมฝีปากของเขาคลอเคลียเนิ่นนาน
ลมหายใจสม่ำเสมอที่พัดผ่านทำให้ใบหูชาจิ่วสั่นไหว แผ่นหลังพลันซ่านวาบ
“ฉางถิง...”
เสียงกระเง้ากระงอดแผ่วหวานนั้นราวกับเส้นไหมเย้ายวน พุ่งตรงเข้าไปในหูของหนิงฉางถิง จนลำคอของเขาแห้งผาก
เขาปัดข้าวของบนโต๊ะเครื่องแป้งไปด้านข้าง อุ้มชาจิ่วขึ้นวางบนโต๊ะ แล้วลิ้มลองนางอย่างแผ่วเบา
นุ่มละมุนราวขนมกวน หวานหอมไม่ต่างจากวันวาน
