หนิงฉางเหวินเจ็บจนหมดสติไป
เสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังมาจากที่ไกล ชาจิ่วหันไปมอง ก็พบว่าเป็นหนิงฉางถิงที่กลับมาอีกครั้ง!
แย่แล้ว
ชาจิ่วเกิดความคิดขึ้นฉับพลัน นางโยนกรรไกรในมือลงทันที ปากเบะ คิ้วขมวด ดวงตาคลอหยาดน้ำตา
“พี่ฉางถิง!”
นางร่ำไห้พลางวิ่งไปหาบุรุษคุ้นตาที่อยู่ตรงระเบียงทางเดิน
ระบบ: “...แสดงได้ยอดเยี่ยม”
เดิมทีหนิงฉางถิงกลับถึงจวนโหวแล้ว แต่ขณะลงจากม้า จู่ ๆ หัวใจก็พลันกระตุก รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา
เขาจึงย้อนกลับมาอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าชาจิ่วปลอดภัย
ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้นจริง ๆ
เมื่อเห็นคู่หมั้นที่ยังมิได้เข้าพิธีถูกข่มขวัญจนทำอะไรไม่ถูก ทั้งยังวิ่งโซซัดโซเซมาหาตน หัวใจของเขาราวกับแตกสลาย
เขาก้าวยาว ๆ ไปข้างหน้า ไม่สนใจว่ามือของชาจิ่วเปื้อนเลือด แล้วรับนางเข้ามาในอ้อมแขน
“ไม่เป็นไรแล้ว ไม่เป็นไรแล้ว” หนิงฉางถิงกอดนางแน่น พลางจุมพิตกระหม่อมนางเพื่อปลอบโยน
รอจนชาจิ่วตั้งสติขึ้นได้บ้าง หนิงฉางถิงจึงเดินเข้าไปด้วยสีหน้าเย็นชา แล้วเตะร่างที่นอนอยู่บนพื้นให้พลิกหงาย
“หนิงฉางเหวิน”
ประกายในดวงตาของหนิงฉางถิงเย็นเยียบราวคมมีด คล้ายจะกลายเป็นของจริงและสับร่างหนอนมนุษย์อันเหม็นเน่าที่กองอยู่บนพื้นให้เป็นพันชิ้น
ชาจิ่วสะอื้นเบา ๆ ด้วยความหวาดกลัวสุดขีด “ข้า...ข้าเห็นคนร้ายคนหนึ่งเดินเข้ามาหา มองไม่ชัดว่าเป็นใคร พอตกใจจึงใช้กรรไกร...”
นางพูดต่อไม่ไหว จึงซบอกหนิงฉางถิงแล้วร่ำไห้
ระบบแอบใช้แต้มของชาจิ่วแลกเมล็ดแตงจำลองมาหนึ่งห่อ แล้วนั่งไขว่ห้างชมการแสดงสุดทุ่มเทของนาง
ขณะนั้นเสียงฝีเท้าหลายระลอกดังมาจากที่ไกล คาดว่าบ่าวไพร่ได้ยินเสียงจึงกำลังมาถึง
