เฉินไช่ประคองกำไลเงินคู่นั้นไว้ น้ำตาหยดลงมาไม่ขาดสายราวกับไข่มุกที่สายสร้อยขาด
เธอสวมกำไลลงบนข้อมือ มันเรียวเล็กและพอดีเป๊ะ จากนั้นก็ใส่ต่างหูแล้วส่องกระจกบานเล็ก แวววาวระยิบระยับจนใบหน้าดูขาวผ่องขึ้น
“แม่ ลูกไม่กล้าใส่…” พูดจบก็ทำท่าจะถอดออกอีกครั้ง
หวังเหลียนฮวาจับมือเธอไว้ “ใส่ไปเถอะ ของมีไว้ให้คนใช้ ไม่ใช่เอาไว้บูชา”
เฉินไช่สูดจมูก “งั้นต่อไปลูกจะใส่ค่ะ” เธอเก็บกำไลกับต่างหูอย่างระมัดระวัง เช็ดหน้าอีกครั้ง แล้วหันไปหยิบห่อผ้าจากใต้เตียง
“แม่ นี่ของแม่” เธอเปิดห่อผ้า ข้างในมีเสื้อผ้าชุดใหม่อยู่หนึ่งชุด
หวังเหลียนฮวารับมา คลี่ออกดู เป็นเสื้อคอจีนสีขาวอมฟ้า คอตั้ง ผ่าอกเฉียง กระดุมผ้าทำเป็นเม็ดเล็ก ๆ เย็บแน่นหนา ปลายแขนเสื้อสอบเข้าพร้อมปักดอกกล้วยไม้เล็ก ๆ ไว้สองสามดอก ด้านล่างเข้าคู่กับกระโปรงสีกรมท่า ชายกระโปรงกว้างพลิ้วไหวเวลาเดิน
“สวยจัง…” หวังเหลียนฮวาเห็นแล้วก็ชอบมาก
“ลูกเห็นในคลิปจากโทรศัพท์มือถือ เขาเรียกชุดแบบนี้ว่า ‘สไตล์สาธารณรัฐจีน’ บอกว่าเป็นชุดที่คนสมัยก่อนทางนั้นใส่กัน ลูกคิดว่าแม่ใส่แล้วต้องสวยแน่ ๆ” เฉินไช่เขินนิดหน่อย “ลูกไม่ค่อยถนัดทำชุดแบบนี้ รื้อแก้ตั้งหลายรอบกว่าจะเสร็จ แม่ลองใส่ดูสิว่าพอดีไหม”
หวังเหลียนฮวาเปลี่ยนเป็นชุดนั้น แล้วส่องกระจกทองแดงบานเล็ก
เสื้อสีขาวอมฟ้าทำให้คนใส่ดูสดใสมีชีวิตชีวา
กระโปรงสีกรมท่าทิ้งตัวสวย ชายกระโปรงไหวเบา ๆ ยามเดิน
เธอหมุนตัวหนึ่งรอบ แขนเสื้อพอดีตัว เอวก็พอดีเช่นกัน
