คราวนี้บทที่จิวเพ่ยเอามาให้มีเยอะจริง ๆ
อ้วนลิ่งฮวาพลิกดูทีละเล่ม ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกคุ้นตา มีทั้งบทหญิงชราผู้อพยพหนีภัยสามเรื่อง แม่สามีปากร้ายสี่เรื่อง แล้วยังมีบทแม่สูงวัยอีกหลายบท ในจำนวนนี้มีตัวละครสองบทที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์
สถานการณ์แบบนี้แทบจะเลี่ยงไม่ได้ สำหรับนักแสดงละครสั้นที่เพิ่งได้รางวัลเล็ก ๆ มาหมาด ๆ และเริ่มมีชื่อเสียง บทที่คนยื่นมาให้ซ้ำแนวกันทั้งหมดก็เป็นเรื่องปกติมาก คนเหล่านั้นชอบบทที่เธอเคยเล่น เห็นว่าเธอเล่นบทนี้ได้ดี แถมยังได้รางวัล ก็เลยยังอยากให้เธอเล่นบทแบบเดิมต่อไป
อ้วนลิ่งฮวาเองก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีปัญหาอะไร ถ้าบทไหนน่าสนใจก็รับ ถ้าไม่มีก็ไม่ได้เลือกมาก
ตามความคิดของเธอ ถ้าตารางไม่ชนกัน ก็เล่นมันให้หมดนั่นแหละ
แต่ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก เวลาของคนเรามีจำกัด รับเรื่องนี้แล้วก็รับอีกเรื่องไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องเลือก
เธอคัดบทสองเรื่องที่สนใจน้อยที่สุดออกจากกองก่อน จากนั้นก็คัดไปคัดมา ลังเลอยู่พักใหญ่ ก่อนเลือกบทที่รู้สึกว่าไม่ค่อยสนใจออกมาอีกหลายเรื่อง สุดท้ายในมือเหลือบทอยู่ห้าเรื่อง
เรื่องแรกคือ “หญิงชราหนีภัย” เป็นตัวละครหลัก
ช่วงแรกหญิงชราปฏิบัติต่อลูกสะใภ้อย่างเลวร้าย พอลูกชายตาย เธอกลับฆ่าอันธพาลประจำหมู่บ้านเพื่อปกป้องลูกสะใภ้ ต่อมายังเกิดภัยแล้งจนขาดแคลนน้ำ เธอจึงพาลูกสะใภ้กับหลานชายตัวน้อยออกเดินทางหนีภัย
อ้วนลิ่งฮวาจ้องคำว่า “ฆ่าอันธพาลประจำหมู่บ้าน” แล้วใจลอยไปชั่วขณะ นิ้วเผลอจิกกระดาษแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ผ่านไปครู่หนึ่งเธอถึงได้สติ ส่ายหน้าแล้วอ่านต่อ
ฉากสำคัญส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างเดินทางหนีภัย เรื่องนี้เธอคุ้นเคยเกินไปแล้ว ตัวละครหญิงชรามีมิติมาก ช่วงแรกทำให้คนเกลียด แต่ช่วงหลังกลับทำให้คนเคารพ โดยเฉพาะวิธีรับมือเรื่องต่าง ๆ ระหว่างทางหนีภัย ทำให้ตัวละครค่อย ๆ มีชีวิตชีวาและจับต้องได้
อ้วนลิ่งฮวาชอบบทนี้มาก รู้สึกเหมือนเขียนมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ แน่นอนว่าเธอรู้ดีว่านี่เป็นแค่ความรู้สึกไปเอง
