อ้วนลิ่งฮวานัดฉินหวยจือเจอกันที่ร้านน้ำชาแห่งหนึ่งใกล้เมืองภาพยนตร์
ฉินหวยจือย้อมผมและสวมแว่นตา แม้อายุ 60 ปี แต่กลับดูเหมือนเพิ่งห้าสิบต้น ๆ ทั้งตัวยังแผ่กลิ่นอายของผู้มีความรู้เข้มข้น
เธอมาถึงก่อนอ้วนลิ่งฮวาเล็กน้อย มีถุงผ้าใบใหญ่รักษ์โลกติดมาด้วย พอเห็นอ้วนลิ่งฮวามาถึงก็ไม่ได้ทักทายอะไรมากมาย เพียงวางเอกสารที่พิมพ์มาเป็นปึกตรงหน้าแล้วถามยิ้ม ๆ ว่า “ชอบดื่มชาอะไร? เธอลองอ่านสองสามหน้าแรกก่อน อ่านเสร็จแล้วเราค่อยดื่มชาไปคุยกันไป”
“ฉันดื่มอะไรก็ได้ค่ะ อาจารย์ฉินเลือกเลย” อ้วนลิ่งฮวายิ้มตอบ ก่อนหยิบเอกสารขึ้นมาเปิดหน้าแรก
นี่คือบันทึกการสัมภาษณ์เกี่ยวกับการปกครองระดับตำบลและหมู่บ้านในยุค 90 ผู้ให้สัมภาษณ์เป็นอดีตนายกเทศมนตรีหญิงที่เกษียณแล้ว มีข้อความบางส่วนขีดเน้นด้วยปากกาเมจิก
อดีตนายกเทศมนตรีหญิงเล่าว่า “สมัยนั้นจะมีเรื่องการปกครองอะไรนักหนา อย่างที่ดินบ้านไหนถูกน้ำท่วม ลูกบ้านไหนไม่มีเงินไปโรงเรียน หรือผู้สูงอายุบ้านไหนไม่มีเงินรักษาโรค ปัญหาพวกนี้กองอยู่บนโต๊ะทุกวัน จะไม่สนใจได้หรือ? ก็ต้องค่อย ๆ แก้ไปทีละเรื่อง”
ชาเสิร์ฟมาอย่างรวดเร็ว พนักงานถอยออกไปแล้ว ฉินหวยจือจึงยกถ้วยชาขึ้นจิบช้า ๆ
เห็นอ้วนลิ่งฮวาอ่านไปได้สองสามหน้า เธอก็วางถ้วยชาลง “ตอนเตรียมบทละครเรื่องนี้ ฉันสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ระดับรากหญ้ามากกว่า 20 คน บางคนเป็นนายกเทศมนตรี บางคนเป็นเลขาธิการพรรคประจำหมู่บ้าน แล้วยังมีสาว ๆ อีกสองสามคนที่เคยทำงานธุรการอยู่ในรัฐบาลตำบล ตอนนี้พวกเขาอายุห้าสิบหกสิบกันหมดแล้ว บางคนก็จากไปแล้ว”
อ้วนลิ่งฮวาเงยหน้ามองฉินหวยจือ ตั้งใจฟังเธอพูด
