จิวเพ่ย์เบิกตากว้าง มองอ้วนลิ่งฮวาตั้งแต่หัวจรดเท้าอยู่หลายรอบ “โห! พี่หวัง! แค่แป๊บเดียวดูเด็กลงไปสิบยี่สิบปีเลยนะครับ!”
อ้วนลิ่งฮวาถูกชมจนเขิน “ก็แค่แต่งหน้าเองน่ะ”
จิวเพ่ย์ยังคงทึ่งไม่หาย “แต่งหน้าแล้วออกมาได้ขนาดนี้ก็เก่งมากแล้วครับ! แสดงว่าพื้นฐานพี่หวังดีอยู่แล้ว!”
อ้วนลิ่งฮวารู้สึกว่าเด็กคนนี้พูดเก่งจริง ๆ ชมคนยังชมได้เก่งขนาดนี้ ฟังแล้วชื่นใจไม่น้อย
พอไปถึงกองถ่าย ผู้กำกับสวี่เห็นอ้วนลิ่งฮวาก็พยักหน้า ไม่ได้พูดอะไร แต่แววตาบอกชัดว่าพอใจ
อ้วนลิ่งฮวาไม่รู้ว่าผู้กำกับสวี่กำลังคิดว่า ช่างแต่งหน้าคนนี้ฝีมือดีจริง แต่งให้เธอดูเด็กลงไปอีกหลายปี ตอนนี้มองแล้วจะให้เล่นเป็นสาวอายุยี่สิบก็พอเชื่อได้อยู่
บนถนนจำลองย้อนยุคสายหนึ่งในเมืองภาพยนตร์ เจ้าหน้าที่กองถ่ายแขวนโคมหลากหลายรูปทรงและสีสันไว้ตลอดสองข้างทาง ในพุ่มหญ้ามีไฟสีเหลืองนวลส่องอยู่ พร้อมพ่นควันออกมาเลียนแบบบรรยากาศพร่าเลือนในความทรงจำ
อ้วนลิ่งฮวารู้สึกว่าฉากนี้คล้ายกับคืนเทศกาลโคมไฟในความทรงจำของเธออยู่เหมือนกัน
ก่อนเริ่มถ่าย ผู้กำกับสวี่อธิบายฉากให้เธอฟัง “เดินมาจากทางนั้น พอเห็นสามีรออยู่ใต้โคมก็เดินเข้าไปหา เขาจับมือคุณ แล้วคุณก็เขิน ฉากนี้ไม่มีบทพูด ใช้สายตากับสีหน้าแสดงออกมา”
อ้วนลิ่งฮวาพยักหน้า
ทุกฝ่ายเข้าที่ “เริ่ม!”
อ้วนลิ่งฮวาเดินมาจากสุดถนน ฝีเท้าเบาสบาย มองซ้ายมองขวาราวกับกำลังหาใครสักคน จากนั้นดวงตาก็เป็นประกาย เห็นได้ชัดว่าเธอมองเจอคนที่ตามหาแล้ว
โคมไฟสองข้างทางสว่างไสว มีสีสันสดใส ผู้คนเดินขวักไขว่คึกคัก แต่ในสายตาของเธอกลับมีเพียงร่างของคนที่อยู่ตรงหน้า
