ผู้กำกับสั่งหยุด
หวังเหลียนฮวาลุกขึ้นจากพื้น ใช้แขนเสื้อเช็ดหน้า เธอไม่ได้ร้องไห้จริง ๆ แค่ขอบตาแดง มีน้ำตาไหลออกมาสองหยด ถ้ามากกว่านี้คงเกินไป ยายหวังไม่ใช่คนขี้แย
ในห้องเงียบลงเล็กน้อย ตอนแสดงหวังเหลียนฮวายังไม่รู้สึกอะไร แต่ตอนนี้หัวใจกลับเต้นตึกตัก ลำคอแห้งผากและตึงไปหมด
ผู้กำกับก้มหน้าเขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษ ก่อนเงยหน้าถามเธอว่า “ก่อนหน้านี้เคยแสดงบทอะไรมา?”
หวังเหลียนฮวาตอบว่า “เคยแสดงเป็นชาวบ้านหนีภัย หญิงร้องไห้ส่งศพ ยาจกแก่ ยายแก่ปากร้าย แล้วก็นักแสดงประกอบอีกสองสามบทค่ะ”
ผู้กำกับพยักหน้า แล้วเหลือบมองคนสองคนข้าง ๆ ผู้หญิงที่ดูเหมือนคนเขียนบทพยักหน้าให้ผู้กำกับเบา ๆ ส่วนผู้ช่วยผู้กำกับก็จดอะไรลงบนกระดาษสองสามบรรทัด
ผู้กำกับพูดว่า “โอเค กลับไปรอฟังข่าวได้”
หวังเหลียนฮวาขานรับ แล้วโค้งให้อีกครั้งก่อนหันหลังเดินออกไป ตอนเดินถึงประตู เธอได้ยินใครบางคนข้างหลังพูดอะไรเบา ๆ แต่ฟังไม่ชัดและไม่ได้หันกลับไปดู
พอออกจากห้องมา โจวเพ่ยยังรออยู่หน้าประตู พอเห็นเธอก็รีบเดินเข้ามาหา
เขาไม่ได้ถามผล แค่ยิ้มแล้วพูดว่า “คุณน้าหวัง ยังมีข่าวดีอีกสองเรื่องครับ”
หวังเหลียนฮวากำลังจะเล่าเรื่องการออดิชันให้เขาฟัง พอได้ยินก็ชะงักไป “ข่าวดีอะไรหรือ?”
โจวเพ่ยเล่าไปพลางเดินไปกับเธอไปพลาง “วันนี้มีกองถ่ายสองแห่งติดต่อมาให้รับบทรับเชิญ ทั้งคู่ดูบทที่คุณน้าเคยแสดงแล้วก็ตัดสินใจเลือกเลย ไม่ต้องออดิชันครับ”
เขายื่นโทรศัพท์มือถือให้ บนหน้าจอมีข้อมูลของสองบทบาท
“บทนี้เป็นยายแก่ปากร้ายในหมู่บ้าน คล้ายกับบทที่คุณน้าเคยแสดงครั้งก่อน มีฉากถ่ายทำหนึ่งวัน ค่าจ้าง 800 หยวน ถ่ายวันมะรืนครับ”
