“ไอ้คนเนรคุณ! ไอ้คนใจดำอำมหิต! ถ้าเมื่อก่อนคุณท่านบ้านเราไม่ช่วยเหลือพวกแก ครอบครัวแกคงอดตายจนไม่มีลูกหลานสืบสกุลไปแล้ว!”
อ้วนลิ่งฮวาด่าพลางทุบประตูอย่างแรงจนดังปัง ๆ ยิ่งด่าก็ยิ่งได้อารมณ์
“เดี๋ยวนี้กลับลืมบุญคุณ หันหลังให้กัน แค่ขอยืมชายคาซุกหัวนอนยังไม่ให้! ไอ้หมาไร้หัวใจ!
“เปิดประตู! ถ้ายังไม่เปิด ฉันจะเรียกคนมาดูให้หมด ให้คนทั้งหมู่บ้านได้ยินว่าบ้านแกทำกับผู้มีพระคุณยังไง!”
นักแสดงหนุ่มที่รับบทเป็นเจ้าของบ้านยืนอยู่หลังประตู ตอนแรกกำลังจะพูดบทของตัวเอง แต่พอเจอเสียงโวยวายข้างนอกก็ลืมบท ยืนอึ้งอยู่นานโดยไม่พูดอะไร
“คัต!” ผู้กำกับสั่งหยุด ก่อนตะโกนใส่นักแสดงหนุ่ม “ยืนอึ้งทำไม? บทพูดล่ะ?!”
นักแสดงหนุ่มหน้าแดงก่ำ “ผู้กำกับ ขะ...ขอโทษครับ ผม...ผมลืมไปหมดแล้ว...”
“ลืมแล้ว ลืมอีก บทพูดง่าย ๆ แค่นี้ยังลืมได้!” ผู้กำกับหัวเสีย “จะให้ฉันหาเครื่องช่วยจำบทมาให้ด้วยไหม?!”
กองถ่ายเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าพูดอะไร
“เอาใหม่!” ผู้กำกับพูดอย่างหงุดหงิด
เริ่มถ่ายรอบที่สอง
อ้วนลิ่งฮวาเริ่มตะโกนด่าอีกครั้ง เสียงดังกว่าคราวก่อนเสียอีก
นักแสดงหนุ่มเปิดประตู พอเห็นใบหน้าดุดันและปากคอเราะร้ายของอ้วนลิ่งฮวา เขาก็พูดติดอ่างขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
“คุณ...คุณอย่าพูดเหลวไหล บ้านผม...บ้านผมไปติดหนี้คุณตั้งแต่เมื่อไหร่...”
อ้วนลิ่งฮวาถลึงตาใส่ นักแสดงหนุ่มถึงกับถอยกรูดไปก้าวหนึ่ง
