เที่ยงวันหนึ่ง มีกลุ่มคนมาที่แผงขายอาหาร
คนที่เดินนำสวมเสื้อแพร อายุราวสี่สิบปี ด้านหลังมีคนตามมาอีกสองคน ตอนเดินเขาเชิดคางขึ้นเล็กน้อย แค่มองก็รู้ว่าไม่ใช่คนที่เข้าหาง่าย คนที่เดินผ่านต่างก็เผลอถอยห่างจากเขา
ชายคนนั้นเดินมาหยุดตรงหน้าแผง หยิบไข่เยี่ยวม้าขึ้นมาฟองหนึ่งแล้วถามว่า “ไข่เยี่ยวม้าของร้านนี้ทำเองหรือ?” ขณะพูด เขาหรี่ตามองไข่เยี่ยวม้า ราวกับของสิ่งนี้ไม่มีราคา ไม่ควรค่าให้ใส่ใจ
เฉินฮวายิ้มทัก “ทำเองครับ ลูกค้าจะรับอะไรดี?”
ชายคนนั้นไม่ตอบ วางไข่เยี่ยวม้าลงแล้วหันไปดูอาหารอย่างอื่น ทำท่าราวกับกำลังตรวจตรา
เฉินฮวาไม่เคยเห็นชายคนนี้มาก่อน จึงรู้สึกว่าอีกฝ่ายทำตัวแปลก ๆ เขาไม่ได้จ้องอีกฝ่ายเป็นพิเศษ แต่ก็แบ่งสมาธิส่วนหนึ่งไว้คอยระวัง
ชายเสื้อแพรดูจนพอใจแล้ว ก็ยกคางสั่งลูกจ้างที่ตามมาด้านหลัง “ไปซื้อรสดั้งเดิมมาหนึ่งชุด แล้วก็ซื้อแบบยำมาอีกชุด ให้ฉันลองชิม”
ลูกจ้างหนุ่มรีบควักเงินออกมาซื้อของตามที่เขาสั่ง ชายเสื้อแพรนั่งกินช้า ๆ พอกินเสร็จก็ลุกขึ้นเดินมาหาเฉินฮวา
เฉินฮวากำลังทอดปาท่องโก๋อยู่ จู่ ๆ พอหันกลับมาก็เห็นคนมายืนใกล้ขนาดนี้ เกือบจะเอาตะเกียบยาวในมือจิ้มใส่เขาเข้าให้
“คุณลูกค้า คุณ...จะทำอะไรครับ!?”
พอเห็นเฉินฮวาตกใจ ชายคนนั้นก็ถอยไปสองก้าว สีหน้าเหมือนรังเกียจที่เฉินฮวาขี้ขลาดเกินไป ก่อนแนะนำตัวว่า “ฉันเป็นคนจัดซื้อของหอเมาสุรา แซ่ซุน” พูดจบก็จ้องเฉินฮวา ซึ่งเผยสีหน้าอิจฉาปนเคารพออกมา
เฉินฮวายิ้มกว้างขึ้นทันที พูดอย่างกระตือรือร้นว่า “ที่แท้ก็เป็นคุณซุน คนจัดซื้อของหอเมาสุรานี่เอง คุณมีประสบการณ์กว้างขวาง เมื่อกี้ได้ลองชิมไข่เยี่ยวม้าของร้านเราแล้ว รสชาติเป็นยังไงบ้างครับ?”
