บทแม่เฒ่าผู้มีอาการสมองเสื่อมได้ข้อสรุปแล้ว อีกสองวันก็จะเข้ากองถ่าย
ส่วนเรื่องนักธุรกิจหญิงในอำเภอยังไม่มีข่าวคราวเสียที แต่อ้วนลิ่งฮวาก็ไม่รีบร้อน เธอรู้จุดอ่อนของตัวเองดี ถ้าได้งานก็ถือว่าโชคดี แต่ถ้าไม่ได้ก็เป็นเรื่องปกติ
ช่วงสองวันนี้ เธอไปนั่งเป็นเพื่อนหญิงชราที่หัวหมู่บ้านทางตะวันออกทุกวัน
ทุกครั้งที่ไป เธอจะเอาของกินติดมือไปด้วยบ้าง บางวันเป็นหมั่นโถว บางวันเป็นมันเทศเผา บางวันก็เป็นลูกอม หญิงชราจำคนไม่ได้ แต่จำของกินได้ ทุกครั้งที่รับของไปก็ยิ้มแฉ่ง
อ้วนลิ่งฮวาคุยกับเธอเรื่อยเปื่อย เล่าเรื่องแม่ไก่ที่บ้านออกไข่มาอีกหลายฟอง เล่าเรื่องพริกในไร่ที่เริ่มแดง หลายครั้งเธอก็แค่นั่งเงียบ ๆ เป็นเพื่อนหญิงชรา มองภาพตรงหน้าที่คุ้นเคย
หญิงชราไม่เคยตอบ เพียงยิ้ม บางครั้งก็ถามว่า “เธอเป็นใคร?” หรือ “เธอเป็นแม่ฉันหรือเปล่า?”
ที่บ้านรับคนเข้ามาเพิ่มอีกหลายคน
อ้วนลิ่งฮวาคุยกับเฉินฮวาแล้ว โดยหลัก ๆ จะรับชาวบ้านที่ตอนแรกคิดว่าเธอถูกสัตว์ป่าคาบไปจากบนเขา จึงออกตามหาเธอ คนเหล่านี้มีน้ำใจ เธอลืมไม่ได้
คนที่รับเข้ามาใหม่มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง
พวกผู้ชายจะตามเข้าเมืองไปทำงานส่งของเป็นหลัก เฉินฮวาทุ่มทุนตัดเสื้อผ้าชุดใหม่และรองเท้าคู่ใหม่ให้พนักงานส่งของทุกคน เนื้อผ้าไหว้วานให้อ้วนลิ่งฮวาซื้อมา แล้วให้พวกผู้หญิงที่มาช่วยงานที่บ้านตัดเย็บ ภายใต้การดูแลของเฉินไช่ เสื้อผ้าที่ได้จึงมีแบบเหมือนกันทุกชุด โดยปักอักษร “เฉิน” ไว้ที่หน้าอกด้วยด้ายสีน้ำเงิน
หลายคนตื่นเต้นสุด ๆ เมื่อได้เสื้อผ้าชุดใหม่กับรองเท้าคู่ใหม่ ถึงกับอยากคุกเข่ากราบเฉินฮวาตรงนั้น แต่เขารีบห้ามไว้
เฉินฮวาพูดดักไว้ก่อนว่า ของชุดนี้ไม่ได้ให้เปล่า เป็นของยืม ถ้าทำเสียหายหรือทำหายตามใจชอบก็ต้องเอาค่าแรงมาชดใช้ แต่ถ้าทำงานกับ “บริการส่งของเฉินจี้” ครบหนึ่งปี เสื้อผ้ากับรองเท้าก็จะยกให้
