เพียะ!
โจวเพ่ยวางสายอย่างฉับไว
เขาคร้านจะพูดมากกับคนแบบนี้ จึงกดอีกฝ่ายเข้าแบล็กลิสต์ในใจทันที
เขาสูดหายใจลึกแล้วค่อย ๆ ผ่อนออกมา ระงับอารมณ์ลงเล็กน้อย เมื่อนึกถึงความกระตือรือร้นของผู้รับผิดชอบแบรนด์ซู่ลวี่ที่ชื่อเหล่าจางก่อนหน้านี้ เขาจึงตั้งนาฬิกาปลุกไว้ แล้วโทรกลับไปประมาณครึ่งชั่วโมงให้หลัง
“ฮัลโหล คุณจาง สวัสดีครับ ผมโจวเพ่ย” น้ำเสียงของโจวเพ่ยเจือรอยยิ้ม “เรื่องชุดสั่งตัดพิเศษของซู่ลวี่ที่คุณพูดถึงเมื่อกี้ ผมคุยกับอาจารย์หวังแล้ว ชุดที่พวกคุณให้ยืมอาจารย์หวังก่อนหน้านี้โดดเด่นมาก พวกเราก็รู้สึกมาตลอดว่าแนวคิดการออกแบบของซู่ลวี่เข้ากับสไตล์ของอาจารย์หวังได้ดีมาก คอลเลกชันสั่งตัดพิเศษทางคุณส่งข้อมูลมาให้ผมดูก่อนได้ไหมครับ ถ้าไม่มีปัญหา พวกเราก็สรุปความร่วมมือกันได้เร็ว ๆ นี้”
……
ยุคโบราณ
ป้ายร้านเหลียนเซียงฟางยังทำไม่เสร็จ ร้านจึงยังเปิดอย่างเอิกเกริกไม่ได้ พวกเขาเลยเริ่มจากขายทดลองให้เพื่อนบ้านได้ลองชิมกันก่อน
ที่เปิดร้านได้รวดเร็วขนาดนี้ก็เพราะก่อนหน้านี้ร้านแห่งนี้เคยขายอาหารมาก่อน ไม่เพียงโต๊ะเก้าอี้ด้านหน้าจะมีครบ แม้แต่หม้อไหชามกระบวยในครัวหลังก็มีพร้อมอยู่แล้ว
ตอนนั้นเจิ้งเสี่ยวหมานเห็นแล้วอดอุทานไม่ได้ว่า “คุณชายสามสกุลหวังช่างใจกว้างจริง ๆ ถึงกับทิ้งเครื่องครัวพวกนี้ไว้ให้หมด”
คนในตระกูลเฉินเพียงช่วยกันกวาดถูทั้งข้างในข้างนอกให้สะอาด จัดข้าวของเข้าที่ ก็เปิดร้านค้าขายได้เลย
ตอนนี้ในร้านมีอาหารพะโล้กับน้ำเต้าหู้เพิ่มขึ้นมา ส่วนลานหลังร้านก็เพิ่งตั้งโม่หินเขียวแผ่นหนึ่ง หนักเอาการ เฉินฮวากับเฉินเจี๋ยออกแรงกันอยู่ครึ่งค่อนวันกว่าจะติดตั้งเสร็จ คราวนี้ล่อที่บ้านได้ใช้งานเสียที พอปิดตาก็เริ่มลากโม่ทันที
