คนเต็มห้อง แต่กลับเงียบสงัดราวกับไม่มีใครอยู่
หวังเหลียนฮวาทรุดนั่งอยู่บนพื้น ก้มหน้าต่ำ ผ้าดำเลื่อนหล่นลงมา
อาจารย์ถังจ้องหวังเหลียนฮวาเขม็ง ราวกับมีอะไรบางอย่างจุกอยู่ในลำคอจนเปล่งเสียงไม่ออก
เถียนรุ่ยยกมือเช็ดน้ำตาบนใบหน้า เห็นอาจารย์ถังจ้องพี่เหลียนฮวาอย่างเหม่อลอย ไม่พูดอะไรอยู่ตั้งนาน แถมยังไม่สั่งหยุด จึงรีบเดินเข้าไปเรียกเสียงเบา “อาจารย์ถัง?”
อาจารย์ถังถึงได้สติกลับมา ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยน้ำตา “ดี! ดีมาก!”
เธอก้าวเข้าไปพยุงหวังเหลียนฮวาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ตื่นเต้นจนพูดจาไม่รู้เรื่อง “อาจารย์หวัง ขอบคุณมากจริง ๆ ค่ะ! นี่แหละสิ่งที่เราต้องการ!” จากนั้นก็หันไปบอกทีมถ่ายทำ “ได้แล้ว เลิกงาน!”
หวังเหลียนฮวาอาศัยมือของเธอค่อย ๆ ลุกขึ้น เมื่อครู่เธอทุ่มเทกับการแสดงเต็มที่ ตอนนี้จึงกำลังค่อย ๆ ปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็นปกติ
เถียนรุ่ยรีบเข้าไปยื่นกระดาษทิชชูให้หวังเหลียนฮวา แล้วเปิดฝาแก้วเก็บความร้อน “พี่เหลียนฮวา ดื่มน้ำอุ่นหน่อย จะได้ชุ่มคอค่ะ”
หวังเหลียนฮวารับแก้วมาจิบ ก่อนจะค่อย ๆ กลืนลงไป
เธอถามว่า “เมื่อกี้...อารมณ์ใช่ไหม?”
อาจารย์ถังตอบ “ใช่มาก! เทคนั้นผ่านชัวร์! อาจารย์อย่าร้องไห้อีกเลยนะคะ ถ้าร้องอีกฉันคงรับไม่ไหวแล้ว”
หวังเหลียนฮวายิ้มพลางพยักหน้า ค่อยผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก
ก่อนออกจากศูนย์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ อาจารย์ถังตั้งใจยัดตั๋วสองสามใบให้หวังเหลียนฮวา พูดอย่างสนิทสนมว่า “อาจารย์หวังคะ เดือนหน้าศูนย์ฯ จะมีงานแสดงใหญ่ ฉันเก็บตั๋วไว้ให้อาจารย์โดยเฉพาะเลยนะคะ ต้องมาช่วยชี้แนะด้วยล่ะ”
หวังเหลียนฮวาก้มดูหน้าตั๋ว พับเก็บใส่กระเป๋าอย่างระมัดระวัง แล้วยิ้มตอบ “ได้สิ อาจารย์ถังเกรงใจเกินไปแล้ว ถ้ามีเวลาฉันจะไปเรียนรู้และชมงานให้ดีเลย”
วันต่อ ๆ มาก็ยังคงยุ่งมากเหมือนเดิม
โฆษณาหม้อต้มเพื่อสุขภาพที่หวังเหลียนฮวาถ่ายทำได้รับการโปรโมตอย่างหนัก ทั้งบนโต่วอิน แอปตี้จ้าน เว็บไซต์วิดีโอสั้น และเว็บไซต์นิยายมะเขือเทศ
