รอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงชราดูเมตตา ทว่าดวงตากลับไร้ความอบอุ่นแม้แต่น้อย
จากก้นบึ้งของหัวใจ เธอไม่เคยเห็นลูกสะใภ้คนนี้อยู่ในสายตา
ในมุมที่คนอื่นมองไม่เห็น สายตาที่เธอใช้มองลูกสะใภ้ราวกับกำลังประเมินสิ่งของชิ้นหนึ่ง—แถมยังเป็นสิ่งของที่เธอไม่ถูกใจอีกด้วย
หญิงชราวางตะเกียบลง น้ำเสียงเนิบช้า “คนหนุ่มสาว สุขภาพสำคัญที่สุด ถ้าสุขภาพไม่ดี แล้วจะมีทายาทให้ตระกูลเราได้ยังไง”
หลังแสดงจบ ผู้ช่วยผู้กำกับไม่ได้พูดอะไร เพียงบอกให้เธอกลับไปรอฟังข่าว
หวังเหลียนฮวาเดินออกมา พลางครุ่นคิดไปด้วย เธอรู้สึกว่าตัวเองแสดงได้ไม่ดี
ฮูหยินผู้เฒ่าคนนั้นไม่ใช่คนเลว หรือพูดให้ถูกคือ เธอคิดว่าตัวเองไม่ใช่คนเลว และในสายตาคนนอก เธอก็ไม่ใช่คนเลวโดยสมบูรณ์เช่นกัน เธอแค่ไม่ชอบลูกสะใภ้คนนี้
แต่เธอก็มีเหตุผลของตัวเอง บ้านเดิมของลูกสะใภ้มีฐานะต่ำต้อย ไม่คู่ควรกับตระกูลของเธอในตอนนี้ เธอกลัวว่าลูกชายจะต้องลำบากใจ ทั้งกลัวว่าลูกสะใภ้จะช่วยดูแลเรือนหลังให้ลูกชายไม่ได้ และกลายเป็นภาระของเขา
เธอเข้มงวดกับลูกสะใภ้ แต่กลับคิดว่า “ฉันทำไปก็เพื่อเธอ” ทว่าในสายตาคนอื่น คำว่า “เพื่อเธอ” แบบนั้นชวนให้ขนลุกและรู้สึกหนาวเยือกในใจ
หวังเหลียนฮวารู้สึกว่าตัวเองถ่ายทอดความรู้สึกหนาวเยือกจากคำว่า “เพื่อเธอ” ออกมาไม่ได้ สิ่งที่เธอแสดงออกมามีแค่ “หญิงชราไม่ชอบลูกสะใภ้”
พูดง่าย ๆ คือเธอแสดง “มากเกินไป”
เธอส่งข้อความหาจิวเพ่ย์ว่า “รู้สึกว่าคงไม่ผ่าน ฉันแสดงฮูหยินผู้เฒ่าออกมาเป็นคนเลวล้วน ๆ เลย”
จิวเพ่ย์ตอบกลับอย่างรวดเร็ว “พี่ อย่าเพิ่งรีบร้อน รอฟังข่าวก่อนค่อยว่ากัน เตรียมบทต่อไปให้ดี ยังไงก็ต้องมีโอกาสแน่นอน”
หวังเหลียนฮวาตอบรับ แล้วก็วางเรื่องนี้ลง
อีก 4 วันจะต้องไปลองบทแม่ที่มีอาการสมองเสื่อม ส่วนอีก 6 วันเป็นบทนักธุรกิจหญิงในเมืองเล็ก ๆ เธอต้องรีบเตรียมตัวแล้ว
