จิวเพ่ยอธิบายอย่างละเอียด “พี่ครับ นี่เป็นข่าวดีสุด ๆ เลย! รางวัลนี้มีน้ำหนักมากนะครับ จัดขึ้นมาเพื่อ ‘นักแสดงสมทบยอดเยี่ยม’ โดยเฉพาะ หมายความว่ายังไงน่ะเหรอ? ก็คือไม่ดูว่ามีบทมากน้อยแค่ไหน แต่วัดจากฝีมือการแสดงที่ ‘แค่ปรากฏตัวก็สะกดคนทั้งฉากได้’ ฉากร้องไห้เรียกคนตายของพี่สุดยอดจะตาย มีคนดูร้องไห้ตามตั้งแต่แวบแรก นี่แหละครับคือ ‘พลังระเบิด’ ในฝีมือการแสดงของพี่!”
อ้วนลิ่งฮวาดูงุนงงเล็กน้อย “จ จริงเหรอ?”
“จริงที่สุดเลยครับ! จริงยิ่งกว่าทองอีก! ถ้าได้รางวัลนี้ พี่ก็จะเป็น ‘นักแสดงฝีมือดี’ ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการแล้ว ต่อไปในวงการ พี่จะไม่ใช่นักแสดงรับเชิญธรรมดา แต่เป็น ‘นักแสดงเจ้าของรางวัล’ ค่าตัวกับสถานะก็จะเปลี่ยนไปทันที ผู้กำกับเก่ง ๆ ต้องแย่งกันจ้างพี่แน่ นี่คือการยอมรับสูงสุดจากวงการนะครับพี่ เราต้องคว้ารางวัลนี้มาให้ได้!”
เขาพูดราวกับว่ารางวัลนี้ตกเป็นของอ้วนลิ่งฮวาไปแล้ว
อันที่จริงอ้วนลิ่งฮวายังไม่ค่อยเข้าใจรางวัลนี้นัก นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินว่ามีรางวัลแบบนี้ด้วย จึงถามว่า “แล้วข้าต้องทำสิ่งใดหรือไม่?”
จิวเพ่ยเริ่มตื่นเต้นขึ้นมาอีกครั้ง “นี่แหละครับ ข่าวดีอีกสองเรื่องที่ผมจะบอกพี่! เรื่องแรก พรุ่งนี้ตอนค่ำมีคนดังบนโลกออนไลน์คนหนึ่งอยากสัมภาษณ์พี่แบบพูดคุยกันสด ๆ โดยเฉพาะ จะคุยเรื่องบท ‘คนร้องไห้เรียกคนตาย’ ผมตอบตกลงแทนพี่ไปแล้ว นี่เป็นโอกาสดีที่จะสร้างกระแสและเพิ่มผู้ติดตามให้พี่เลยครับ! เรื่องที่สอง อีกไม่กี่วันกองถ่ายจะให้พี่กลับไปถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงชุดพิเศษเพิ่มเติม ตอนนั้นน่าจะให้พี่แสดงฉากร้องไห้เรียกคนตายอีกครั้ง คงเอาไปส่งชิงรางวัลหรือทำโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ นี่แสดงว่ากองถ่ายให้ความสำคัญกับการแสดงของพี่มาก เราร่วมมือกันให้ดี นี่คือบันไดให้เราก้าวขึ้นไปครับ!”
อ้วนลิ่งฮวาฟังแล้วพยักหน้ารัว ๆ “ได้ ข้าฟังเจ้า”
