หลังองค์หญิงใหญ่กลับเมืองหลวงไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ อ้วนลิ่งฮวาก็ไม่ต้องไปเรือนพักรับรองทุกวันที่ลงท้ายด้วยเลขห้าหรือเลขสิบอีก จู่ ๆ เวลาก็เหมือนว่างขึ้นมา
แต่เธอกลับรู้สึกเสียดายอยู่ในใจ
จะหาอาจารย์ชั้นยอดอย่างองค์หญิงใหญ่ได้จากที่ไหนอีก? เธอเพิ่งเรียนกับอีกฝ่ายได้ไม่กี่ครั้ง การสอนก็ต้องหยุดลงเสียแล้ว
แต่ก็ยังมีข่าวดีอยู่บ้าง แม่นมเหยียนยังอยู่ต่อ
ตอนนี้แม่นมเหยียนยังดูไม่ชอบอ้วนลิ่งฮวาเอามาก ๆ
พอได้ยินอ้วนลิ่งฮวาบอกว่าจะเรียนมารยาทกับเธอต่อ แม่นมเหยียนก็อดแปลกใจไม่ได้
แต่อ้วนลิ่งฮวาเตรียมเหตุผลไว้พร้อมแล้ว “หากข้ามีโอกาสเข้าเมืองหลวง พอได้พบผู้สูงศักดิ์แล้วทำผิดมารยาท ข้าเสียหน้าคนเดียวก็ช่างเถอะ แต่ถ้ามีคนรู้ว่าข้าเคยได้รับคำชี้แนะจากองค์หญิงใหญ่ มิเท่ากับทำให้องค์หญิงใหญ่เสียหน้าด้วยหรือ?”
แม่นมเหยียนตำหนิว่า “ถุย! พูดจาไร้กฎไร้มารยาท! องค์หญิงใหญ่สูงส่งดุจเมฆาบนฟ้า ต่อให้เจ้าขายหน้าจนหมดสิ้น ก็เป็นแค่ฝุ่นผงบนพื้น ใครจะเอาฝุ่นผงไปเกี่ยวข้องกับเมฆาได้? อย่าคิดเอาความดีใส่ตัว แล้วพาลโยงเจ้านายมั่วซั่ว!”
อ้วนลิ่งฮวารีบตบปากตัวเองเบา ๆ แล้วขอขมาว่า “ข้าโง่เขลา พูดจาเหลวไหลอีกแล้ว ขอแม่นมโปรดยกโทษให้ข้าสักครั้งเถิด”
แม่นมเหยียนไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอหยิบไม้เรียวมาตีฝ่ามืออีกข้างเบา ๆ ก่อนมองอ้วนลิ่งฮวาด้วยสีหน้าเย็นชา “ไหนบอกว่าจะเรียนมารยาทไม่ใช่หรือ? เริ่มกันเลย!”
