ร้านอาหารเล็ก ๆ ริมถนนที่ดูไม่สะดุดตาแห่งหนึ่ง
พนักงานยกข้าวผัดไข่สองจานเดินไปยังโต๊ะตัวหนึ่งตรงมุมร้าน เมื่อเห็นลูกค้าคนนี้มีผ้าดำปิดตาไว้ทั้งสองข้าง ก็อดชะงักไปไม่ได้ ก่อนถามอย่างลังเลว่า “คุณผู้ชาย ข้าวผัดไข่ของคุณครับ”
“ขอบคุณ” โจวปู้ทงกล่าว
แม้จะมีผ้าปิดตา แต่เขากลับทำราวกับมองเห็นทุกอย่างได้อย่างเป็นธรรมชาติ เขาเลื่อนข้าวผัดไข่จานหนึ่งไปวางตรงหน้าอีกฝ่าย แล้ววางอีกจานไว้ตรงหน้าตัวเอง
ในตอนนั้นเอง หญิงสาวแต่งตัวทะมัดทะแมงคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้านอาหาร เธอกวาดตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะเห็นโจวปู้ทง
หญิงสาวเดินเข้าไปนั่งตรงข้ามเขา เหลือบมองข้าวผัดไข่ตรงหน้าแล้วเลิกคิ้ว “สั่งให้ฉันเหรอ? ขอบใจนะ แต่ฉันกินมาแล้ว”
โจวปู้ทงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “สั่งให้เพื่อนน่ะ”
หญิงสาวพยักหน้า ไม่ได้พูดอะไรต่อ รอให้เขากินเสร็จแล้วค่อยคุยธุระ
เธอชื่อหลินซู่ เป็นกำลังหลักของสมาคมนักพรตแห่งเซียงกั่งหลังจากฟื้นฟูองค์กรขึ้นมาใหม่
ช่วงนี้เส้นแบ่งระหว่างโลกหยินกับโลกหยางพร่าเลือนลงเรื่อย ๆ การที่ผีร้ายออกอาละวาดยามค่ำคืนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ระหว่างปฏิบัติการปราบผีร้ายครั้งหนึ่ง เธอสังเกตเห็นโจวปู้ทง และตกใจที่ชายปิดตาซึ่งดูเหมือนคนสติไม่ดีคนนี้ กลับมีพลังวิญญาณน่าสะพรึงกลัวที่ลึกล้ำเกินหยั่งถึงไหลเวียนอยู่ในร่าง
หลังจากเฝ้าสังเกตอยู่พักหนึ่ง อีกทั้งตรวจสอบภูมิหลังของโจวปู้ทงอย่างละเอียดจนแน่ใจว่าไม่มีปัญหา เธอจึงส่งคำเชิญให้เขาเข้าร่วมสมาคม
ไม่ผิดจากที่คาด ชายผู้เคยตกต่ำยากจนข้นแค้นมาตลอดครึ่งชีวิตคนนี้ไม่ได้ชวนให้ลำบากใจนัก เงื่อนไขของเขามีเพียงข้อเดียว นั่นคือเงินเดือนสูงและโบนัสก้อนโต
