บทที่ 18 บีบเมิ่งซินสักหน่อย
คำพูดเพิ่งจบลง ฮั่วหานชวนก็บีบบุหรี่ในมือจนดับ “ช่างเถอะ ไม่ต้องสืบ เรื่องที่ฉันพูดเมื่อกี้...”
ฮั่วหานชวนยังพูดไม่ทันจบ ผู้ช่วยอู๋ก็เข้าใจความหมายในทันที
“คุณฮั่ววางใจได้ครับ เมื่อกี้ผมไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น คืนนี้คุณก็ไม่ได้โทรหาผมด้วย”
ผู้ช่วยอู๋ติดตามฮั่วหานชวนมาหลายปี จึงฝึกฝนการอ่านสีหน้าและแววตาจนเชี่ยวชาญ
แค่เจ้านายส่งสายตามา เขาก็รู้ทันทีว่าหมายถึงอะไร
หลังวางสาย ฮั่วหานชวนก็เดินไปยืนหน้ากระจกบานเต็มผนัง ดวงตาดำเรียวยาวมองทิวทัศน์ยามค่ำคืนของจิงชื่อ สีหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน
เขาบ้าไปแล้วจริง ๆ
ถึงกับถูกคำพูดของเมิ่งม่อลี่ชักจูง จนเกิดความคิดที่จะไปสืบเรื่องชาติกำเนิดของเมิ่งซินขึ้นมาจริง ๆ
เมิ่งซินต่างหากที่เป็นคู่หมั้นของเขา เป็นคนที่เขาชอบ
เขาจะไปยืนอยู่ข้างเมิ่งม่อลี่แล้วสืบเรื่องของเมิ่งซินได้อย่างไร
ต่อให้สิ่งที่เมิ่งม่อลี่พูดเป็นความจริง การสืบเรื่องนี้จะมีประโยชน์อะไรกับเขา
หรือว่าต้องเปลี่ยนตัวคู่หมั้น? เปลี่ยนเป็นเมิ่งม่อลี่งั้นหรือ
เขาแทบอยากกำจัดเมิ่งม่อลี่ออกไปจากชีวิตให้เร็วที่สุดอยู่แล้ว
เพราะฉะนั้นเขาไม่มีความจำเป็น และไม่ควรไปสืบเรื่องนี้
ยิ่งไปกว่านั้น คนอย่างเมิ่งม่อลี่จะพูดความจริงได้สักกี่ประโยคกัน
ทุกอย่างก็เป็นเพียงกลอุบายที่เมิ่งม่อลี่ใช้หลอกล่อจิตใจคนเท่านั้น
ถ้าเชื่อเมิ่งม่อลี่จริง ๆ คนที่โง่ก็คือตัวเขาเอง
————
ตอนเมิ่งม่อลี่เดินออกจากห้องของฮั่วหานชวน ก็เป็นเวลาดึกมากแล้ว
เธอไม่ได้พักต่อที่โรงแรม แต่กลับไปยังบ้านตระกูลเมิ่ง
“ม่อม่อ”
เมื่อกลับถึงห้อง เธอถึงได้เห็นว่าหลินโจวยังไม่นอน
“ยังไม่นอนเหรอ”
เมิ่งม่อลี่มองโทรศัพท์ “หลินโจว ตอนนี้ตีสองแล้วนะ ลืมที่คุณยายเคยพูดหรือไง ว่าใครก็ห้ามอดนอน”
หลินโจวหันกลับมา แล้วยกเค้กก้อนเล็ก ๆ จากโต๊ะด้านหลังขึ้นมา
“แต่นแต๊น ดูสิว่านี่อะไร”
เมิ่งม่อลี่แปลกใจเล็กน้อย “เค้กเหรอ”
