ตอนที่ 4 พุ่งชนอ้อมกอดเขาในห้องเก็บของ (แก้ไข)
“มึงทำอะไร!”
เสียงเย็นชาดังขึ้นทันใด
จ้าวเฉียงชะงักมือ หันไปมอง
เฉินหวยเข็นจักรยานมายืนอยู่ไม่ไกล สายตาเย็นดั่งน้ำแข็ง
“เฉิน… พี่เฉิน” จ้าวเฉียงยิ้มแหย ๆ หดมือกลับ
ปกติเฉินหวยไม่ค่อยคุยกับใครในบ้านพัก แต่ใคร ๆ ก็รู้ว่าเขายั่วไม่ดี
“ไสหัวไป” เฉินหวยเอ่ยปากเปล่งเสียงคำเดียว
จ้าวเฉียงจะกล้ายั่วเขาได้ยังไง รีบเผ่นแน่บไม่เหลียวหลัง
เฉินหวยเดินมาหยุดตรงหน้าซูเนี่ยนเหอ มองหน้าเธอที่ซีดเผือดเพราะตกใจ คิ้วขมวดเล็กน้อย
“ไม่เป็นไรนะ?”
ซูเนี่ยนเหอส่ายหน้า ขอบตาแดงเรื่อ “ไม่เป็นไร ขอบคุณสหายเฉิน”
เฉินหวยมองท่าทีสงบเสงี่ยมของเธอ รู้สึกรำคาญขึ้นมาลอย ๆ
ผู้หญิงหน้าตาแบบนี้ ยังแต่งตัวสะดุดตาแบบนี้ ไม่แปลกที่จะโดนเล็ง
“ต่อแต่ออกไปข้างนอกระวังตัวหน่อย บ้านพักนี้คนทุกแบบมี” เฉินหวยพูดจาห้วน ๆ แล้วเข็นจักรยานกลับบ้าน
ซูเนี่ยนเหอมองแผ่นหลังเขา กัดริมฝีปาก อุ้มเด็กเดินตามไป
กลับถึงบ้านตระกูลเฉิน เฉินหวยตรงขึ้นชั้นสองทันที
ซูเนี่ยนเหอกล่อมซูผิงอันจนหลับ แล้วไปครัวเตรียมมื้อเย็น
กันไม่ให้คัดนมตอนกลางคืนอีก มื้อเย็นเธอจึงยังกินข้าวต้มแค่ครึ่งถ้วย
ตกดึก หลังจากคนบ้านตระกูลเฉินนอนกันหมดแล้ว ซูเนี่ยนเหอก็ยกกะละมังไปซักผ้าที่ลานบ้านอีก
วันนี้ซักเสื้อผ้าที่เฉินหวยเพิ่งถอดเปลี่ยน
ซูเนี่ยนเหอขยำเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวนั้น ยังมีกลิ่นสบู่จาง ๆ ติดอยู่
ไม่รู้ทำไม เธอกลับนึกถึงภาพตอนบ่ายที่เขาช่วยคลี่คลายสถานการณ์ให้
ถึงเขาจะดูเย็นชามาก แต่จริง ๆ แล้วก็เป็นคนดีเหมือนกัน
ซูเนี่ยนเหอแก้มแดงขึ้นนิด ๆ เร่งมือซักผ้าเร็วขึ้น
ซักผ้าเสร็จ เธอยกกะละมังเตรียมกลับห้อง
ตอนหันหลัง เธอเห็นใครคนหนึ่งยืนอยู่ที่ระเบียงชั้นสอง
เฉินหวยพิงราวระเบียง ก้มมองเธออยู่
ใต้แสงจันทร์ แววตาเขาคลุมเครืออ่านไม่ออก
ซูเนี่ยนเหอใจเต้นระรัว รับก้มหน้า เร่งฝีเท้าวิ่งกลับห้อง
เฉินหวยมองแผ่นหลังที่เผ่นหนีเตลิด กลิ่นน้ำนมหอมหวานนั้น เหมือนจะลอยมาแตะจมูกอีกครั้ง
เขาหงุดหงิด ยกมือนวดหว่างคิ้ว
ผู้หญิงคนนี้ ตัวปัญหาจริง ๆ
นิ้วเขาเคาะราวระเบียงสองที ตัดสินใจจะสืบให้กระจ่าง ว่าเด็กสาวนี่มีความลับอะไรกันแน่
เช้าวันรุ่งขึ้น ฟ้ายังไม่สางดี เสียงจั๊กจั่นก็ดังจนรำคาญ
ซูเนี่ยนเหอหิวจนตาลาย
กันไม่ให้เกิดอาการอีก เธอตั้งแต่เมื่อคืนถึงเช้านี้ดื่มแต่น้ำใส ๆ สองอึก ท้องร้องโครกคราก แถมกลิ่นหอมหวานตามตัวก็จางลงมาก
กลิ่นนมจางปุ๊บ ซูผิงอันก็ไม่ยอมทันที
ในห้องนั่งเล่น เจ้าตัวเล็กแหกปากร้องเสียงดังลั่น หน้าแดงเถือกสำลัก
ป้าหวังร้อนใจเหงื่อแตกพรั่ง เอาเสื้อตัวเก่าที่ซูเนี่ยนเหอใส่เมื่อวานพาดบ่า แล้วยัดจุกนมเข้าปากเด็ก
“โอ๊ย ท่านเจ้าขา จะดูดสักทีเถอะ!”
คราวนี้แม้แต่เสื้อติดกลิ่นก็เอาตัวเล็กไม่อยู่แล้ว
ซูผิงอันเบือนหน้าหนี ใช้ทั้งมือทั้งเท้าถีบขวดนมออก ร้องไห้ราวกับจะพังหลังคา
ประตูใหญ่ดัง “เคร้ง” แล้วเปิดออก
พี่สะใภ้ใหญ่อย่างคุณหวังลี่ผิงเพิ่งกลับจากทำงานกะดึก หิ้วถุงผ้ามาด้วย
เธอโยนถุงลงบนตู้รองเท้า เปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะ คิ้วขมวดเป็นปมแน่น
“แม่คะ นี่มันเรื่องอะไรกัน? เช้าตรู่ร้องไห้ซะขนาดนี้” หวังลี่ผิงเดินมาถึงโซฟา มองซูเนี่ยนเหอที่ยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่ข้าง ๆ พูดเสียดสี “บ้านเราจ่ายเดือนละยี่สิบหยวน จ้างได้แต่ตุ๊กตายืนเด่แบบนี้? แค่เด็กคนเดียวก็เอาไม่อยู่เสียเงินฟรีจริง”
หลิวฮุ่ยเจินนั่งนวดขมับข้าง ๆ เดิมก็ปวดหัวจากเสียงร้องไห้อยู่แล้ว ได้ยินลูกสะใภ้ว่างั้น ก็ยิ่งสีหน้าดำคร่ำเครียด
นางมองซูเนี่ยนเหอ น้ำเสียงหมดความอดทน “เนี่ยนเหอ เมื่อวานเธอไม่ใช่มีวิธีดี ๆ หรือ? วันนี้ทำไมทำไม่ได้?”
ซูเนี่ยนเหอบิดชายเสื้อสองมือ เหงื่อกาฬแตกเต็มหน้า กัดริมฝีปากจนซีด
จะให้บอกว่าเพราะตัวเองอดข้าว กลิ่นตัวเลยจางไปได้ยังไง
“ฉัน… ฉันลองอีกที” เธอเดินเข้าไปจะอุ้มเด็ก
ซูผิงอันร้องไห้หนัก ใครอุ้มก็ไม่เอา หลับตาดิ้นพล่าน
ป้าหวังอุ้มเด็กเบี่ยงตัวหลบ ถอนหายใจ
พอเกือบเที่ยง หลิวฮุ่ยเจินทนเสียงไม่ไหว พาหลานลี่ผิงออกไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า
ในครัว ป้าหวังวางซูผิงอันลงในรถเข็นเด็กโยก พูดเสียงเบากับซูเนี่ยนเหอ
“เนี่ยนเหอ ป้าจะบอกอะไรให้ ครอบครัวนี้กฎเยอะ นายจ้าง看重คือทำงานคล่องแคล่ว ถ้าผิงอันยังไม่กินไม่นอนแบบนี้ หัวหน้าหลิวพรุ่งนี้ก็ไล่เรากลับได้ 到底เธอใช้กลเม็ดอะไร รีบใช้เถอะ”
ซูเนี่ยนเหอยืนอยู่ริมอ่างล้างจาน ฟังคำว่า “ไล่กลับ” ใจหายวาบ
เธอห้ามกลับหมู่บ้านหลิวเหอเด็ดขาด
ถ้าถูกไล่กลับไป พ่อต้องมัดเธอให้ชายแก่ห้าสิบปีนั่นแน่
เธอหันมามองซูผิงอันในรถเข็นที่หิวจนปากแจ๊ะ ๆ เข้าใจแล้ว หลอกเด็กฉลาดนี่ด้วยกลิ่นอย่างเดียวไม่พอแล้ว ตอนนี้เขาต้องการของจริง
จะผลิตของจริงได้ เธอก็ต้องกินอิ่ม
มื้อเที่ยง หลิวฮุ่ยเจินกับหวังลี่ผิงยังไม่กลับ ที่บ้านเหลือแต่คุณย่ากับคุณปู่นอนพักในห้อง
ซูเนี่ยนเหอยกถ้วยโถใหญ่เดินมานั่งที่โต๊ะเล็กในครัว ถ้วยใสข้าวขาวเต็มแน่น ราดน้ำพะโล้ตั้งครึ่งถ้วย
เธอไม่สนแล้ว หยิบตะเกียบตะกรุมตะกรามยัดเข้าปาก
กลิ่นหอมข้าวคลุกน้ำพะโล้ ไหลผ่านคอลงสู่ท้องว่างเปล่า
เธอกินเร็วมาก กระพุ้งแก้มตุ่ย ไม่นานก็หมดหนึ่งถ้วย
ลุกขึ้นเดินไปตักที่หม้ออีกถ้วยสอง
ข้าวเต็มท้องสองถ้วยใหญ่ ซูเนี่ยนเหอแน่นจนสะอึก
อิ่มหนำ ร่างกายก็เริ่มมีความร้อน
พอถึงบ่ายสามกว่า ๆ ความรู้สึกคุ้นเคยก็มาถึงตามกำหนด
รู้สึกถ่วง ๆ ราวกับมีก้อนหินร้อน ๆ สองก้อน เสื้อเชิ้ตตัวเก่าที่เคยหลวมเริ่มตึง
ไม่นานผ้าเช็ดหน้าก็ซับน้ำจนชุ่ม
ในอากาศ กลิ่นหอมหวานเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ
ซูเนี่ยนเหอตื่นตระหนก ฉวยจังหวะที่ป้าหวังเก็บผ้าอยู่ในลาน เธอแอบรีบหลบเข้าไปในห้องเก็บของเล็ก ๆ ใต้บันได
ในห้องเก็บของแสงสลัว กองเต็มไปด้วยหนังสือพิมพ์เก่า กล่องกระดาษเหลือใช้ กับเก้าอี้ขาหักอีกหลายตัว
ในอากาศมีกลิ่นเหม็นอับของฝุ่นละอองเก่า ๆ พอดีช่วยกลบกลิ่นตัวเธอ
เธอคลำหาบนชั้นจนเจอขวดแก้วเล็ก ๆ ที่เคยใส่ลูกอมเปล่า ๆ ใช้ชายเสื้อเช็ดจนใสสะอาด
เธอหลบอยู่หลังลังกระดาษ พิงกำแพงเย็น ๆ รีบร้อนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ต
ข้างในผ้าเช็ดหน้านั่นเปียกโชกแล้ว
แก้มเธอแดงเหมือนจะหยดเลือด กัดริมฝีปากล่าง
ทั้งห้องเก็บของเต็มไปด้วยกลิ่นหอมหวานเข้มข้นในไม่ช้า
ซูเนี่ยนเหอมือล้าแทบหมดแรง
เธอคิดว่า แค่ผสมสิ่งนี้ลงไปในนมผง ซูผิงอันต้องยอมกินแน่
เธอปิดฝาขวดแน่น เช็ดมือเปื้อน ๆ กับผ้าเช็ดหน้ามั่ว ๆ แล้วติดกระดุมเสื้อ
ด้านหน้าเสื้อเปียกเป็นวงกว้าง เธอได้แต่กอดอกไว้แนบอก ถือขวดแก้วเล็กนั่นอย่างระวัง ใช้ไหล่ดันประตูห้องเก็บของเปิดออก
แสงข้างนอกสาดเข้ามา พอเธอก้าวเท้าออกมา
ตรงทางเดินมีคนเดินสวนมา
ซูเนี่ยนเหอเดินเร็ว ไม่ทันระวัง ไหล่ชนเข้ากับอกของคนตรงหน้าเต็มแรง
“อุ๊ย!”
เธอร้องลั่น เท้าสะดุด ร่างกายถลาล้มไปข้างหลัง
แขนแข็งแรงข้างหนึ่งยื่นมาขวาง โอบเอวเธอไว้มั่น
มือผู้ชายใหญ่โตมาก ผ่านเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายดิบ เอวบาง ๆ ที่น่าตกใจให้ความรู้สึกเหมือนจะหักได้ง่ายดาย ความร้อนส่งผ่านเนื้อผ้ามาถึงฝ่ามือ
ซูเนี่ยนเหอตกใจรีบยืนให้มั่น ขวดแก้วในมือแทบหลุดกระเด็น
เธอเงยหน้า สบสายตากับใบหน้าเย็นชาของเฉินหวย
วันนี้เขาใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาว ปลายเสื้อสอดเข้าในกางเกงสแล็ค ปกติมีแต่ตอนเย็นถึงกลับมา วันนี้ไม่รู้ทำไมเที่ยงก็กลับ
“เธอทำอะไร?” เสียงเฉินหวยต่ำมาก แฝงแววจับผิด
เขาอยู่ใกล้มาก แค่ก้มหน้า ก็เห็นรอยเปียกเป็นวงกว้างที่หน้าอกเธอ กับกลิ่นหอมหวานที่แรงกว่าเมื่อคืน ตีขึ้นในจมูก
สายตาเฉินหวยเลื่อนจากใบหน้าตื่นตระหนกของเธอลงต่ำ สุดท้ายหยุดที่ขวดแก้วเล็ก ๆ ที่เธอสองมือกอดไว้แนบอก
ขวดใส ข้างในบรรจุของเหลวข้นขาวราวกับน้ำนมอยู่ครึ่งขวดเล็ก