แม่บ้านสาวอวบงาม วิศวกรฉินพ่ายรัก

ตอนที่ 5 พี่สะใภ้จงใจกลั่นแกล้ง ด่าหน้าแตกกลางวง

6 นาที· 1.4K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

ตอนที่ 5 พี่สะใภ้จงใจกลั่นแกล้ง ด่าหน้าแตกกลางวง

ซูเนี่ยนเหอตกใจจนขนหัวลุก รีบซ่อนขวดแก้วเล็กในมือไว้ข้างหลัง ก้มหน้างุดเดินเลียบกำแพงหลีกทางให้เฉินหวย

เธอเดินเร็ว ก้าวเท้าดูไม่เป็นระเบียบ

เฉินหวยร่างสูงใหญ่ ยืนอยู่ในทางเดินแคบ ๆ ไออุ่นจากกายชายหนุ่มผ่านเสื้อเชิ้ตบาง ๆ สัมผัสเธอ

กลิ่นน้ำนมหอมหวานคละคลุ้งในอากาศ ลอยเข้าจมูกยั่วยวนใจ

เฉินหวยทอดสายตาลง มองติ่งหูแดงจัดกับซอกคอขาวผ่องของเธอ

ลูกกระเดือกของเขาเคลื่อนไหว สายตาจับจ้องที่มือซึ่งเธอซ่อนไว้ด้านหลังอยู่สองวินาที แต่ไม่ได้ถามอะไร เบี่ยงตัวให้เธอหนีไป

ซูเนี่ยนเหอวิ่งเข้าครัวไป หัวใจเต้นรัวรัว

ในครัว ป้าหวังยังคงเช็ดเหงื่อพลางพยายามกล่อมซูผิงอัน

เด็กน้อยร้องไห้จนเสียงแหบแห้ง แขนขาปัดป่ายไปมา

ซูเนี่ยนเหอหันหลังให้ป้าหวัง เทของเหลวสีขาวจากขวดแก้วลงในขวดนมที่ชงไว้อย่างรวดเร็ว ใช้ตะเกียบคนให้เข้ากันแล้วเดินไปส่งให้

“ป้าหวัง ขอลองดูอีกทีค่ะ”

พอจุกนมยัดเข้าปากซูผิงอัน เด็กน้อยส่งเสียงอือออสองที จากนั้นได้กลิ่นคุ้นเคย มือน้อยทั้งสองก็คว้าขวดนมไว้ ดูดดื่มอย่างรวดเร็ว

ไม่กี่นาที นมหมดขวดเกลี้ยง

เด็กน้อยเรอเอิ๊กอ๊าก หลับตาพริ้มอย่างพึงพอใจ

ป้าหวังพึมพำสาธุการ เอ่ยปากชมซูเนี่ยนเหอว่ามีความสามารถ

ซูเนี่ยนเหอถอนหายใจเฮือกยาว ล้างขวดเปล่าจนสะอาดเก็บไว้

ยามเย็น ฟากฟ้าลุกโชนด้วยเมฆสีเพลิง ไอร้อนยังไม่จางหาย

เฉินเทาลูกชายคนโตของบ้านมาเลิกงาน เข็นจักรยานเข้ามาในลานบ้าน แขวนกระเป๋าเอกสารไว้ที่ราวแขวนหมวกในห้องนั่งเล่น

เขาเดินเข้ามาในบ้าน เจอซูเนี่ยนเหอกำลังใช้ผ้าแห้งเช็ดถ้วยชามที่ล้างแล้ว

“เสี่ยวซู วันนี้ผิงอันซนไหม” เฉินเทาถามขึ้นลอย ๆ

ซูเนี่ยนเหอก้มหน้าตอบอย่างนอบน้อม “ตอนบ่ายกินนมไปขวดใหญ่เลยค่ะ ตอนนี้หลับสบายอยู่”

เฉินเทาพยักหน้า กำลังจะเอ่ยปาก พี่สะใภ้หวังลี่ผิงก็สวมรองเท้าส้นเตี้ยเดินมาจากข้างนอก

วันนี้เธอใส่ชุดกระโปรงลายดอกตัวใหม่ นึกว่าตัวเองดูดี แต่พอสายตากวาดไปที่ซูเนี่ยนเหอ หน้าก็เบ้ลง

ซูเนี่ยนเหอใส่เสื้อตัวเก่าหลวม ๆ แต่เนื้อผ้าก็ปิดไม่มิดความอวบอิ่มของหน้าอก เอวบางราวกับใช้สองมือรวบก็ขาด

ความสาวและความอวบอิ่มของเด็กสาว ทำให้ชุดใหม่ของหวังลี่ผิงดูไร้ราศีไปถนัดตา

เฉินเทายังพูดอย่างอารมณ์ดี

หวังลี่ผิงส่งเสียงเหยียดลมจมูก แล้วเดินกระทืบเท้าหนัก ๆ เข้าครัวไป

บนเขียงมีแตงกวากับมะเขือเทศหั่นไว้แล้ว

หวังลี่ผิงใช้นิ้วเขี่ยใบผัก น้ำเสียงสูงปรี๊ด “นี่ทำอะไร ใส ๆ จืด ๆ ให้กระต่ายกินรึไง บ้านเราให้เงินเดือนยี่สิบหยวน ไม่ใช่ให้มากินหญ้านะ”

ซูเนี่ยนเหอเอามือสองข้างถูกับผ้ากันเปื้อน อธิบายเบา ๆ “กลางวันป้าหลิวบอกว่าอากาศร้อนไม่เจริญอาหาร ให้ทำอาหารเย็นรสอ่อน ๆ…”

“รสอ่อนไม่ใช่ให้ทำแต่กับข้าวผัก” หวังลี่ผิงขัดจังหวะ “ไป เอาหมูมาหั่นใหม่ ทำเนื้อผัดเปรี้ยวหวาน แล้วก็ซี่โครงหมูตุ๋นซีอิ๊ว เฉินเทาทำงานมาทั้งวัน ไม่กินเนื้อสัตว์บ้างได้ยังไง”

กับข้าวสองอย่างนี้ใช้เวลาทำนานมาก ปาเข้าไปนี่ก็ใกล้เวลากินข้าวแล้ว ชัดเจนว่าจงใจแกล้ง

ซูเนี่ยนเหอไม่กล้าขัดขืน ก้มหน้าก้มตาหันไปหยิบเนื้อหมูบนเขียง

หน้าอกเธอคัดตึงแทบทนไม่ไหว ตอนบ่ายรีดนมออกไปแค่ครึ่งขวด ตอนนี้ยังคัดอยู่เกือบเต็ม

แค่ขยับตัวนิดหน่อย ผ้าก็เสียดสีกับผิว ความรู้สึกคัดตึงทำให้แขนขาอ่อนเปลี้ย

เธอกัดฟัน ชะลอฝีมือ หั่นเนื้อเป็นชิ้นเล็ก ๆ เท่า ๆ กันอย่างช้า ๆ

ในครัวร้อนอบอ้าว เหงื่อไหลลงมาจากหน้าผาก เสื้อผ้าติดหลังเหนอะหนะ

ซูเนี่ยนเหอยืนล้างซี่โครงหมูที่อ่าง น้ำเย็นจากก๊อกราดใส่มือ แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ความร้อนในกายลดลงเลย ตรงหน้าอกเสื้อมีเหงื่อซึมเป็นหย่อมเล็ก ๆ ผ้าที่รองไว้ด้านในก็หนักชื้น

เธอแอบชำเลืองออกไปข้างนอก เห็นไม่มีใครสนใจ จึงแอบคลายคอเสื้อระบายอากาศ

ภาพนี้ดันตกไปอยู่ในสายตาของเฉินหวย ซึ่งเพิ่งเดินมาถึงประตูครัว

เดิมทีเขาจะมาเอาน้ำต้มสุกเย็น สายตาลอดผ่านบานประตูไม้ที่เปิดครึ่งหนึ่ง ตกลงตรงคอเสื้อที่เปิดแย้มอยู่ของซูเนี่ยนเหอ ผิวขาววาววับมีเม็ดเหงื่อเล็ก ๆ เกาะอยู่ ไหวขึ้นลงตามจังหวะหายใจหอบถี่

เฉินหวยชะงักเท้า มือที่ถือแก้วเคลือบกระชับแน่นขึ้น ในหัวบังคับไม่อยู่ ผุดภาพความฝันอันเหลวไหลขึ้นมา ความรู้สึกลื่นนุ่มกับกลิ่นหอมหวานของน้ำนมก็กลับมารบกวนปลายจมูกอีกครั้ง

เขากระแอมเบา ๆ ก้าวเดินเข้าไป

ซูเนี่ยนเหอได้ยินเสียง ตกใจจนรีบติดกระดุมเสื้อ หันกลับมาก้มหน้าเรียก “พ่อหนุ่มเทคนิค”

เฉินหวยไม่ตอบ เดินไปข้างโอ่งน้ำ ตักน้ำเย็นขึ้นมาเต็มแก้วใหญ่ เงยหน้าดื่มรวดเดียวเกือบหมด ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง น้ำหยดจากคางไหลเข้าปลอกคอเสื้อ

“ทำกับข้าวก็ตั้งใจทำ อย่ามัวแต่ชำเลืองมองไปทั่ว” เฉินหวยวางแก้วน้ำ โยนคำพูดเย็นชาทิ้งไว้ทีหนึ่ง หมุนตัวออกจากครัวไป

ซูเนี่ยนเหอน้อยใจจนกัดริมฝีปากแน่น

ชัด ๆ ว่าหวังลี่ผิงตั้งใจแกล้ง แต่คนนี้ยังจะมาเอ็ดเธออีก

ซี่โครงหมูตุ๋นซีอิ๊วต้องลวกน้ำร้อนก่อน แล้วคั่วน้ำตาลให้เป็นสีน้ำตาล ส่วนเนื้อผัดเปรี้ยวหวานก็ต้องชุบแป้งทอด

ซูเนี่ยนเหอยืนหน้ามึนอยู่หน้าเตาแก๊สนานเกือบชั่วโมง ร้อนจนหน้ามืดตาลาย อาการคัดตึงที่หน้าอกยิ่งทวีความทรมาน แขนก็ยกไม่ขึ้น

ในที่สุดอาหารเย็นก็ยกขึ้นโต๊ะ ทุกคนในบ้านนั่งล้อมรอบโต๊ะกลมใหญ่

เฉินหวยอาบน้ำแล้ว เปลี่ยนใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาด ผมยังหมาด ๆ นั่งอยู่ริมหน้าต่าง

เขาใช้ผ้าขนหนูเช็ดมือ หยิบตะเกียบขึ้นมา

หวังลี่ผิงคีบเนื้อผัดเปรี้ยวหวานใส่ปากหนึ่งคำ เคี้ยวไปสองสามทีก็ฟาดตะเกียบลงบนโต๊ะ “เพี๊ยะ”

“เนื้อนี่ผัดยังไง เหนียวจนเคี้ยวไม่เข้า ไฟอ่อนเกินไปหน่อย เนี่ยนเหอ เธอมีปัญหากับฉันหรือเปล่า จงใจแกล้งใช่ไหม”

หลิวฮุ่ยเจินก็ลองกินคำหนึ่ง ขมวดคิ้ว “เสี่ยวซู วันนี้กับข้าวฝีมือเธอสู้เมื่อก่อนไม่ได้จริง ๆ ทำงานต้องใส่ใจนะ จะมักง่ายไม่ได้”

ซูเนี่ยนเหอยืนอยู่ด้านข้าง ไม่รู้จะวางมือวางเท้าตรงไหน ได้แต่พยักหน้า ขอบตาขึ้นสีแดง กลั้นน้ำตาไม่กล้าพูดอะไร

เธอเร่งฝีมือทั้งที่ทนเจ็บก็เลยไม่ได้แสดงฝีมือเหมือนทุกวัน

ตอนนั้นเอง เฉินหวยยื่นตะเกียบคีบเนื้อชิ้นหนึ่งใส่ปาก

เขาเคี้ยวละเอียดกลืนลงไป แล้วพูดเสียงเรียบ “รสชาติดีทีเดียว”

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารชะงักงัน

เฉินเทารีบคีบอีกคำลองชิมบ้าง ตีรวนว่า “ก็ดีจริง ๆ ไฟกำลังพอดี ลี่ผิง วันนี้เธอฟันไม่ดีหรือเปล่า”

หวังลี่ผิงหน้าแดงก่ำสลับกับซีดเผือด มือกำตะเกียบแน่น พูดอะไรไม่ออกสักคำ

สามีตัวเองก็ไม่ช่วย

ปกติเฉินหวยอยู่บ้านไม่ค่อยพูด แล้วก็ไม่ยุ่งเรื่องจุกจิกไร้สาระแบบนี้ แต่วันนี้กลับเอ่ยปากขึ้นมาจนได้ ทำให้ไม่มีใครเดาอารมณ์เขาถูก

หลิวฮุ่ยเจินเห็นดังนั้นก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก บอกให้ซูเนี่ยนเหอไปกินข้าวในครัว

ซูเนี่ยนเหอก้มหน้าถอยออกไป ตอนเดินผ่านข้างตัวเฉินหวย ได้กลิ่นหอมสดชื่นของดอกโศกจากตัวเขา

หวังลี่ผิงโกรธจนตะกรุมข้าวเปล่าเข้าไปสองคำก็วางชาม

นางมองแผ่นหลังของซูเนี่ยนเหอ ไฟโทสะพลุ่งในใจ

นังจิ้งจอกน้อยนี่มาไม่กี่วัน แม้แต่เฉินหวยที่เย็นชาที่สุดยังเอ่ยปากช่วยพูด สามีเราจะโดนนางดึงดูดไปหรือเปล่าก็ไม่รู้

หวังลี่ผิงตั้งใจเงียบ ๆ ว่าต้องหาโอกาสสั่งสอนเด็กนี่เสียบ้าง

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com