“หมิงฮุย”
เหวินเซียเดินลงมาจากชั้นบน โดยมีชิวลี่เดินตามหลัง
“มาช่วยทำอาหารหน่อย”
ตระกูลซูมีแม่บ้าน เหวินเซียแค่หาข้ออ้างเรียกลูกสาวให้ไปจากตรงนั้นเท่านั้น ตอนนี้ผู้เฒ่าปกป้องหลานสาวคนโตสุดหัวใจ จึงไม่ควรปะทะกันตรง ๆ
ตอนเย็น ลู่ต้าคุยพาครอบครัวมาเยี่ยมบ้าน ทั้งยังนำเหล้าชั้นดีมาหนึ่งขวด
เช่นเดียวกับซูจงโจ๋ง ก่อนเข้ารับราชการทหาร ลู่ต้าคุยก็แต่งงานมีภรรยาที่บ้านเกิดมาก่อนเช่นกัน แต่ตระกูลลู่โชคดีกว่าตระกูลซู หลังจากลู่ต้าคุยตั้งหลักได้แล้ว ก็พาภรรยาและลูกทั้งหมดมาอยู่ที่เขตทหาร
“ผู้กอง นี่ภรรยาผม ฉินชุนเหมย นี่ลูกชายคนโตของผม ลู่ติ้งหยวน แล้วก็ลูกชายของลูกคนโต ลู่หวังอัน”
ฉินชุนเหมยมีใบหน้ากลม ดวงตากลม จมูกกลม ดูเป็นคนอัธยาศัยดี เข้ากับคนง่าย บางทีอาจเพราะเมื่อก่อนทำงานไร่นาที่บ้านเกิดอยู่บ่อยครั้ง ผิวจึงหยาบกร้านและคล้ำ ดูแก่กว่าลู่ต้าคุยอยู่หลายปี
แต่ท่าทีของเธอไม่ถ่อมตนจนต่ำต้อย และไม่หยิ่งผยอง ดูสง่าผ่าเผยมาก
“ผู้บัญชาการ พี่สะใภ้ วันนี้รบกวนแล้วค่ะ”
เหวินเซียมองการแต่งตัวล้าสมัยของฉินชุนเหมยแล้วรู้สึกดูแคลนอยู่บ้าง แต่เห็นแก่หน้าซูจงโจ๋ง สุดท้ายก็ยังฝืนยิ้มออกมา
ลู่ติ้งหยวนดูอายุยี่สิบกว่า ใบหน้าสุขุม สวมเครื่องแบบทหาร แล้วยกมือทำความเคารพซูจงโจ๋ง
“ผู้บัญชาการ”
ลู่หวังอันอายุหกเจ็ดขวบ มองคุณย่ากับพ่อ แล้วมองซูจงโจ๋งกับเหวินเซีย ก่อนจะกลอกตาไปมาแล้วเรียกเสียงหวาน
“คุณปู่ผู้บัญชาการ”
ไม่ได้เรียกเหวินเซีย
ซูเหยาโออดไม่ไหว ก้มหน้าหลุดหัวเราะพรืดออกมา
เหวินเซียมักคิดว่าคนอื่นตาบอด มองท่าทีของเธอไม่ออก ดูสิ แม้แต่เด็กตัวเล็กแค่นี้ยังดูออกเลย
