เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ซูเหยาโอไม่อยากส่งเซินหวยหยวี่ไปสถานรับเลี้ยงเด็กอีก จึงขอให้ป้าไช่ช่วยดูแลแทน
วันนี้เธอเลิกงานเร็ว จึงปั่นจักรยานกลับบ้านอย่างรวดเร็ว แวะซื้อขนมเถาซูมาครึ่งชั่งที่ร้านสหกรณ์การค้าด้วย
“ฉุยฟาง คนที่เช่าบ้านแกอยู่ แซ่ซูใช่ไหม?”
“คนจากโรงงานผลิตอาหารที่อยู่ข้างหน้าน่ะ”
ปกติประตูบ้านหลักเปิดทิ้งไว้เสมอ แต่วันนี้กลับปิดแง้มอยู่ ข้างในมีเสียงผู้หญิงวัยกลางคนที่คุ้นหูดังออกมา
เสียงนี้เป็นเอกลักษณ์ เป็นเสียงของหญิงที่ชอบมาเยี่ยมตระกูลหวังอยู่บ่อย ๆ ปกติซูเหยาโอกลับมาถึงก็จะปิดประตูห้อง ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับพวกเธอ
“แม่เหลียนกัง แกถามเรื่องนี้ทำไม?”
ไช่ฉุยฟางก้มลงลูบผ้าอ้อมของเด็กน้อย
“อ้าว ถ้าอย่างนั้นก็ใช่แล้ว!”
“แกรู้ไหมว่าเด็กคนนี้มีภูมิหลังอะไร?”
แม่เหลียนกังทำหน้าลึกลับ
“พูดอะไรของแก เด็กคนหนึ่งจะมีภูมิหลังอะไรได้?”
ไช่ฉุยฟางไม่ชอบน้ำเสียงของเธอ
“เขาเป็นลูกหลานของนายทุนเชียวนะ!”
“แกให้แม่ลูกคู่นั้นเช่าบ้านอยู่ ไม่กลัวจะเดือดร้อนไปด้วยหรือไง?”
“พูดเหลวไหล!”
สีหน้าไช่ฉุยฟางเคร่งขรึมลง
“แม่ของเด็กคนนี้เป็นกรรมกร จะเป็นลูกหลานนายทุนได้ยังไง?”
เธอเคยเห็นปู่ของอีกฝ่ายกับตาตัวเอง เป็นผู้ใหญ่ระดับสูงสวมเครื่องแบบทหาร จะเป็นนายทุนได้ยังไงกัน?!
“อย่าเพิ่งไม่เชื่อล่ะ เรื่องนี้แพร่ไปทั่วโรงงานผลิตอาหารแล้ว ทางโรงงานเหล็กก็มีคนรู้กันไม่น้อย ลองให้สามีแกไปสืบดูสิ รับรองว่ารู้เรื่องแน่!”
“ฉันไม่รู้ และก็ไม่อยากรู้ด้วย ฉันรู้แค่ว่าสหายซูเป็นกรรมกร เด็กคนนี้อยู่กับแม่ ก็ย่อมเป็นลูกหลานกรรมกร”
