การไปช่วยเหลือส่วนกลางไม่เหมือนกับการลงชนบท และก็ไม่เหมือนกับการลดจำนวนพนักงานในเมืองเพราะภาวะข้าวยากหมากแพงเมื่อหลายปีก่อน
ฟังดูคล้ายกับการถูกส่งไปปฏิบัติงาน โดยยังคงทะเบียนบ้านในเมืองไว้ เงินเดือนจ่ายโดยโรงงานปลายทาง แต่โรงงานเดิมก็จะให้เงินอุดหนุนค่าครองชีพจำนวนหนึ่งด้วย
ซูเหยาโอไม่รู้ว่าในประวัติศาสตร์ของโลกที่เธอจากมามีคำเรียกแบบนี้หรือไม่ แต่สำหรับเธอแล้ว นี่ถือเป็นเรื่องดี
เธอถูกส่งมาจากเมืองหลวง ผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดก็แค่ถูกกันออกจากตำแหน่งสำคัญ ขอเพียงเธอไม่ทำเรื่องผิดกฎหมาย โรงงานก็ไม่มีทางไล่เธอออก
ซูเหยาโอจึงไปสมัครด้วยตัวเองกับอู๋ซิ่วหลิง หัวหน้าแผนกบุคคล
อู๋ซิ่วหลิงกำลังกลุ้มใจกับเรื่องนี้อยู่พอดี โรงงานผลิตอาหารต้องส่งคนไปช่วยโรงงานระดับอำเภอถึง 20 แห่ง แต่ประกาศติดไปหลายวันแล้ว จัดประชุมระดมพลไม่รู้กี่ครั้ง ก็ยังไม่มีใครสมัครใจสักคน
คนที่แต่งงานแล้วต่างก็มีครอบครัวให้ดูแล ส่วนคนที่ยังไม่แต่งงานก็กลัวว่าจะเสียอนาคตของตัวเอง
เมื่อหลายปีก่อน โรงงานทำตามคำสั่งให้ลดจำนวนพนักงาน คนเหล่านั้นจนถึงตอนนี้ก็ยังติดอยู่ในชนบท กลับเข้าเมืองไม่ได้ ทุกคนจึงมีความกังวลอยู่ในใจ
ผู้บริหารโรงงานหลายคนคิดกันว่า หากไม่ได้จริง ๆ ก็คงต้องไปหาสมาชิกพรรคอาวุโสมาช่วยพูดคุยปรับความคิด ภารกิจที่เบื้องบนสั่งลงมา แต่ทุกคนกลับคิดแต่จะหลบเลี่ยง แบบนี้จะได้อย่างไรกัน!
ผลปรากฏว่าซูเหยาโอเป็นฝ่ายเดินมาสมัครเอง
“สหายซูเหยาโอ ตั้งแต่เห็นคุณครั้งแรก ฉันก็รู้แล้วว่าคุณเป็นสหายที่มีความคิดก้าวหน้า!”
“วางใจเถอะ โรงงานจะสนับสนุนคุณอย่างเต็มที่แน่นอน”
อู๋ซิ่วหลิงจับมือซูเหยาโอไว้แน่น
ไม่นานซูเหยาโอก็รู้ว่า ‘สนับสนุนอย่างเต็มที่’ หมายถึงอะไร
ผู้บริหารโรงงานจัดงานเชิดชูเกียรติให้เธอโดยเฉพาะ ทั้งมอบใบประกาศเกียรติคุณ ‘นักรบแนวหน้า’ และเพิ่มเงินอุดหนุนค่าครองชีพจากเดิมเดือนละ 7 หยวนเป็นระดับสูงสุด เดือนละ 12 หยวน
