เสินอวิ๋นยวนคิดว่าตนเองจะใจแข็งได้ แต่เมื่อเด็กหนุ่มมองนางด้วยดวงตาชุ่มฉ่ำ คำพูดที่นางตั้งใจจะเอ่ยกลับพลันติดอยู่ในลำคอ
นางขยับริมฝีปาก ทว่ากลับพบว่าตนพูดอะไรไม่ออกเลย
เขาไม่ควรเป็นเช่นนี้!
ที่ตอนนี้เขาคอยติดตามนางและมีใจให้นาง ก็เป็นเพราะในกายของนางมีเลือดวิญญาณของเขาอยู่ทั้งสิ้น
มือทั้งสองที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อของเสินอวิ๋นยวนกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความเจ็บแปลบเป็นระลอกทำให้นางได้สติขึ้นมาบ้าง
จากนั้นนางจึงเลือกใช้วิธีที่อ่อนโยนกว่า
“อาเจา ข้าไม่ได้ตั้งใจจะไล่เจ้าไป” เสินอวิ๋นยวนมองเขา เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เพียงแต่ข้าคิดว่าเจ้าโตแล้ว ควรมีที่พักของตนเอง ถึงอย่างไรเราก็ไม่ใช่พี่น้องแท้ ๆ หากเจ้าอยู่ที่นี่ตลอดไป คนอื่นจะนินทาเอาได้”
“ข้าไม่กลัวหรอก ศิษย์พี่!” เซี่ยเจาเอ่ยขึ้นโดยไม่ทันคิด เขาไม่กลัวว่าคนอื่นจะนินทา
ทว่ากระทั่งสบเข้ากับดวงตางดงามคู่นั้นของหญิงสาวตรงหน้า เขาจึงเพิ่งรู้ตัวว่าคนที่กลัวไม่ใช่เขา แต่เป็นศิษย์พี่ต่างหาก
แม้เขาจะรู้ดีว่าชายหญิงที่ไม่มีสายเลือดเกี่ยวข้องกันอาศัยอยู่ด้วยกันย่อมไม่เหมาะสมตามธรรมเนียม แต่เขากับศิษย์พี่มิใช่คนไร้ความสัมพันธ์ต่อกัน
เขากับศิษย์พี่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เล็ก นับเป็นเพื่อนเล่นวัยเยาว์ แม้ทั้งคู่ไม่เคยพูดออกมาตรง ๆ แต่ท่ามกลางเสียงหยอกเย้าของบรรดาศิษย์พี่ในวัยเด็ก เซี่ยเจาก็วางตัวเองไว้ในฐานะสามีที่เสินอวิ๋นยวนเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กแล้ว
เมื่อเขาบรรลุนิติภาวะ ก็จะได้เป็นคู่บำเพ็ญเพียรกับศิษย์พี่ และอยู่ด้วยกันไปตลอดกาล
