ร่างที่แนบชิดแผ่นหลังของนางเย็นเยียบ ทว่าลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดข้างหูยามเขาโน้มเข้ามาใกล้กลับแผดเผา
เสินอวิ๋นยวนหดม่านตาวูบ ก่อนที่นางจะทันได้คิดว่าเหตุใดเขาจึงยังอยู่ มือที่โอบเอวนางไว้ก็พลันกระชับแน่นขึ้น แรงมหาศาลสายหนึ่งพุ่งมาจากช่วงเอว
เสินอวิ๋นยวนแทบจะถูกผลักให้เซถลาไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ฝ่ามือเรียวบางของนางแตะเข้ากับเสาที่มีลวดลายนูนอยู่ตรงหน้า
เพียงชั่วพริบตา นางก็ถูกกักขังอยู่ในพื้นที่แห่งนั้น เบื้องหน้าคือเสาแข็งแกร่ง ส่วนเบื้องหลังคือร่างของใครบางคนที่เย็นเยียบแต่แฝงความร้อนรุ่มอยู่หลายส่วน
ถ้อยคำอันเย็นชาของเซี่ยเจาดังขึ้นข้างหูนาง “ศิษย์พี่ ตอนนี้ท่านควรอยู่ที่ตำหนักวั่งเยวี่ยอย่างว่าง่ายมิใช่หรือ? เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่?”
เซี่ยเจาที่อยู่ด้านหลังเอ่ยพลางยื่นมืออีกข้างขึ้นรวบผมยาวที่บดบังต้นคอของนาง จากนั้นจุมพิตชื้นร้อนก็ประทับลงบนผิวบริเวณต้นคอของนางรัวถี่
“ศิษย์พี่ เหตุใดท่านถึงไม่เชื่อฟังอีกแล้ว?”
“มิใช่ตกลงกันแล้วหรือว่าเดือนนี้จะเป็นคู่บำเพ็ญของข้า?”
“ศิษย์พี่ ท่านหลอกข้าอีกแล้วหรือ?”
“ท่านทำให้ข้า...โกรธจริง ๆ!” เซี่ยเจาจ้องหญิงสาวที่ถูกกักอยู่ในอ้อมแขน แววไม่พอใจอย่างหนักวาบผ่านดวงตาสีแดงก่ำคู่นั้น เขาเผยอริมฝีปาก กัดริมฝีปากนางเบา ๆ อย่างไม่ลังเล
“บอกข้าสิ ข้าควร...ลงโทษศิษย์พี่อย่างไรดี?”
เสินอวิ๋นยวนถูกเขากอดไว้แนบอกอย่างแน่นหนา หากมีบุคคลที่สามอยู่ในเหตุการณ์และมองจากมุมของคนนอก ก็คงเห็นเพียงร่างสูงใหญ่ของบุรุษที่ยืนอยู่ตรงนั้น เขาก้มหน้ากอดหญิงสาวในอ้อมแขนไว้แน่นจนแทบไม่มีช่องว่าง ไม่เปิดโอกาสให้ผู้อื่นเห็นคนในอ้อมแขนแม้แต่น้อย
