ฉู่เหยียนเห็นเจียงเฉินก็ซักถามไม่หยุด จนเธอรู้สึกหงุดหงิดว้าวุ่นใจ
“พอได้แล้ว!”
ฉู่เหยียนเอ่ยตัดบทเสียงเย็น “อยากให้ฉันเชื่อนายเหรอ? ได้! งั้นก็แสดงความสามารถที่จะปกป้องตระกูลฉู่ให้ฉันเห็นสิ ฉันหมายถึงความสามารถอย่างอื่น ไม่ใช่ฝีมือการแพทย์ของนาย!”
“นายรู้จักซุ้มประจัญบานเสียวอู่ถังใช่ไหม? หนึ่งในสามขุมอำนาจใต้ดินของหลินโจว พวกนั้นทำธุรกิจกับบริษัทฉู่ซื่อจี้ถวนของเราแล้วติดหนี้อยู่หนึ่งร้อยล้าน หาข้ออ้างสารพัด ไม่ยอมใช้คืนเสียที!”
“ถ้านายมีความสามารถจริง ก็ไปทวงเงินหนึ่งร้อยล้านจากซุ้มประจัญบานเสียวอู่ถังกลับมาให้ฉัน แถมต้องกลับมาอย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนด้วย ไม่อย่างนั้นนายจะเอาอะไรมาทำให้ฉันเชื่อในความสามารถของนาย?”
ซุ้มประจัญบานเสียวอู่ถังงั้นหรือ?
ขุมอำนาจที่อยู่เบื้องหลังพวกที่เก็บค่าคุ้มครองในสุสานพานหลงนั่นน่ะหรือ?
“ได้! ตกลงตามนี้!”
เจียงเฉินรับปากอย่างหนักแน่น
ฉู่เหยียนนึกว่าเจียงเฉินจะลงจากรถไปทวงหนี้จากซุ้มประจัญบานเสียวอู่ถังทันที แต่เขากลับนั่งนิ่งไม่ขยับ
เธอส่ายหน้าอยู่ในใจ เจียงเฉินพูดอย่างหนึ่งทำอีกอย่าง ปากรับปากเสียไว แต่เอาเข้าจริงกลับไม่ลงมือทำอะไร
แต่เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ก่อนหน้านี้คนที่ไปทวงหนี้จากซุ้มประจัญบานเสียวอู่ถัง ไม่ถูกตีจนมือหักก็ถูกตีจนขาหัก ตอนนี้ยังนอนอยู่ในโรงพยาบาล
เจียงเฉินไปซุ้มประจัญบานเสียวอู่ถังก็คงเจอแต่ทางตัน เผลอ ๆ จะถูกตีจนมือหรือขาหัก ได้ไม่คุ้มเสียเปล่า ๆ
ที่จริงเจียงเฉินตั้งใจจะคุ้มกันฉู่เหยียนไปส่งที่บริษัทฉู่ซื่อจี้ถวนก่อน แล้วค่อยไปทวงหนี้จากซุ้มประจัญบานเสียวอู่ถัง
เรื่องที่ท่านผู้เฒ่าตระกูลฉู่ถูกวางยาพิษไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เขาตรวจสอบที่ตระกูลฉู่แล้ว พบว่าไม่ใช่ฝีมือของฉู่ลี่หานทั้งสามคน แสดงว่าท่านผู้เฒ่าถูกวางยาตอนอยู่นอกบ้าน และท่านผู้เฒ่าก็เคยไปบริษัทฉู่ซื่อจี้ถวน เขาจึงต้องไปตรวจสอบที่บริษัทกับฉู่เหยียนสักรอบ
