พอได้ยินคำว่า ‘ขนมงา’ ดวงตาของตุนตุนกับจ้วงจ้วงก็เป็นประกาย ทั้งคู่รีบสะบัดมือหลุดจากมือของลู่เจี้ยนหง แล้ววิ่งแจ้นไปทางห้องครัว
“คุณย่า คุณย่า หนูอยากกินขนมงาที่ป้าใหญ่ซื้อมา”
“คุณย่า หนูก็อยากกิน”
สองพี่น้องพากันล้อมยายลู่ ขอให้เธอหยิบขนมงาให้
เห็นหลานชายคนโตสองคนออดอ้อนตัวเอง ยายลู่ก็ยิ้มจนหุบปากไม่ลง “ให้ ๆ ๆ คุณย่าจะไปหยิบมาให้เดี๋ยวนี้แหละ”
ตอนนั้นเอง ลู่หยานก็โผล่มาจากไหนไม่รู้ ดวงตาคู่หนึ่งจ้องยายลู่กับขนมงาในมือไม่วางตา
“คุณย่า หนูก็อยากกินขนมงา”
มือของยายลู่ชะงัก เธอมองขนมงาหกแท่งในถุง พอดีแบ่งให้หลานชายสองคนคนละสามแท่ง
ถ้าแบ่งให้ลู่หยานไปแท่งหนึ่ง อีกสองคนก็จะเหลือคนละสองแท่ง แล้วจะจัดการอย่างไรดีล่ะ...
ยายลู่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดกับลู่หยานอย่างอ่อนโยนว่า “เสี้ยวหยาน ขนมงานี่เป็นของที่ป้าใหญ่ตั้งใจซื้อมาให้ตุนตุนกับจ้วงจ้วงโดยเฉพาะ คราวหน้าย่าจะบอกให้ป้าใหญ่ซื้อมาเพิ่ม ถึงตอนนั้นค่อยให้หนูกินนะ”
“นี่เป็นของที่ป้าใหญ่ซื้อให้ฉัน! ไม่ให้เธอ!”
จ้วงจ้วงอายุน้อยกว่าลู่หยานหนึ่งปี พอได้ยินว่าขนมงาเป็นของเฉพาะสำหรับตัวเองกับพี่ชาย ก็รีบเข้าไปขวางหน้ายายลู่ ไม่ให้ลู่หยานเข้าใกล้
ยายลู่รู้จักนิสัยของลู่หยานดี หลานสาวไม่ใช่คนที่จะร้องไห้งอแงเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ
ตอนที่ยายลู่คิดว่าเรื่องนี้คงจบลงแค่นั้น กลับเห็นลู่หยานหันหลังวิ่งออกไป พลางตะโกนไปด้วยว่า “ป้าใหญ่ ป้าใหญ่”
พอได้ยินลู่หยานเรียก ลู่เจี้ยนหงก็หันกลับมามองในบ้าน
แม้เธอจะชอบหลานชายมากกว่า แต่หลานสาวก็เป็นสายเลือดเดียวกัน เธอย่อมรักเหมือนกัน
