เห็นยายลู่ยังไม่ยอมแพ้ ตาลู่จึงพูดต่อ “ปกติเธอเอาของไปให้ลูกชายคนโต ฉันไม่เคยว่า นั่นเป็นของกองกลาง แต่ถ้าเธอกล้าเอาของของลูกสะใภ้คนรองไปให้เขา ก็อย่าหาว่าฉันไม่ไว้หน้าเธอ”
“ไม่ไว้หน้า? ลู่เถียวหนิว วันนี้นายกินดินปืนมาหรือไง ถึงได้มาพาลใส่ฉัน! ก็แค่เศษหมูกรอบนิดหน่อยเอง จำเป็นต้องทำขนาดนั้นเชียวหรือ...”
“จำเป็น!”
ตาลู่วางชามกระแทกโต๊ะเสียงดัง ยายลู่เห็นดังนั้นก็ลุกพรวดขึ้นมา “นี่นายหมายความว่ายังไง รู้ไหมว่าชามใบนี้ราคาเท่าไร”
“ฉันว่าเธอสบายมานานเกินไปแล้วสินะ อยากทะเลาะกันใช่ไหม”
คนชราทั้งสองยิ่งเถียงกันก็ยิ่งรุนแรง ลู่เอ้อเบิกตากว้าง มองคนนี้ทีคนนั้นที
พ่อเขาเปลี่ยนไปแล้วหรือ วันนี้ดูเหมือนกำลังปกป้องเขาอยู่...
ลู่หยานก้มหน้าซดโจ๊ก แต่ดวงตากลมโตกลับแอบมองไปรอบ ๆ คุณปู่คุณย่าทะเลาะกันเพราะลุงใหญ่เสียด้วย น่าตื่นเต้นจัง
เห็นแม่ทำท่าจะลงมือ ลู่เอ้อก็รีบลุกขึ้นห้าม “แม่ อย่านะ อย่าเลย พ่อแก่แล้ว จะทนฝ่ามือของแม่ไหวได้ยังไง”
“ลู่เอ้อ อย่ามาห้ามฉันนะ พ่อแกเป็นพวกปากว่าตาขยิบ ตัวเองไม่รู้ตัวแท้ ๆ ยังจะมาจับผิดฉันอีก”
“ก็แค่เรื่องเอาเศษหมูกรอบไปนิดเดียว เขากระแทกชามใส่ฉันก่อน แล้วยังตบโต๊ะใส่อีก วันนี้ถ้าฉันไม่จัดการเขาสักยก คงนอนไม่หลับตอนกลางวันแน่”
ลู่เอ้ออยากบอกว่าพ่อเขาทำถูกแล้ว เมียเขาทั้งออกเงินทั้งออกคูปอง แค่ยอมให้ครอบครัวพี่ชายได้กินน้ำมันหมูบ้างก็นับว่าใจดีมากแล้ว
อยากได้เศษหมูกรอบหรือ
ฝันไปเถอะ!
แต่แม่กำลังโมโหอยู่ ถ้าเขาเปิดปากช่วยพ่อ วันนี้ก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างสงบ
