เฉินอ้ายชุนจับมือหวังอวี้เฟินไว้ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงใจว่า “สองครั้งก่อนที่เธอกลับมา เธอบ่นกับแม่ว่าท่าทีของพ่อสามีเปลี่ยนไป”
“อืม” หวังอวี้เฟินพยักหน้าหงึก ๆ “ทีหลังฉันลองคิดดูดี ๆ แล้ว น่าจะเป็นเพราะเรื่องที่ฉันไปขอยืมเงินพวกเขามาเปลี่ยนสถานะเป็นพนักงานประจำนั่นแหละ”
“ถ้าอย่างนั้น ก่อนที่ตาลู่จะผิดหวังจนหมดใจ พวกเธอก็รีบฉวยประโยชน์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”
“แม่หมายความว่ายังไงคะ” หวังอวี้เฟินเข้าใจขึ้นมาทันที เธอเดาได้แล้วว่าแม่กำลังจะพูดอะไร
เป็นไปตามคาด ประโยคต่อมาก็ได้ยินเฉินอ้ายชุนพูดว่า “พวกเธอกลับไปขอยืมเงินจากสองตายายสิ!”
“เธอเป็นแค่ลูกสะใภ้ เรื่องจะได้เป็นพนักงานประจำหรือไม่พวกเขาคงไม่สนใจ แต่เรื่องลูกชายคนโตที่รักจะได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเงินเดือน พวกเขาคงไม่ปล่อยผ่านหรอก ใช่ไหมล่ะ”
หวังอวี้เฟินเริ่มใจอ่อน แต่ก็ยังมีข้อกังวล “แต่เงินในสมุดบัญชีหายไปทีเดียวตั้งแปดร้อยหยวน นั่นเป็นเงินทั้งหมดของบ้าน เจี้ยนกั๋วจะปล่อยฉันไปง่าย ๆ เหรอคะ”
เฉินอ้ายชุนตบมือเธอเบา ๆ เป็นเชิงปลอบ “ถ้าเธอพูดตรง ๆ เขาต้องไม่พอใจแน่ แม่จะไปกับเธอ ช่วยพูดให้เอง แม่ไม่เชื่อหรอกว่าลูกเขยจะกล้าลงไม้ลงมือกับแม่ยายอย่างฉัน”
“แม่ยอมกลับไปกับฉันจริง ๆ เหรอคะ”
“แน่นอนสิ แม่จะปล่อยให้ลูกสาวของตัวเองถูกเอาเปรียบได้ยังไง!”
เฉินอ้ายชุนรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นก็กลับไปหมู่บ้านพักพนักงานพร้อมกับหวังอวี้เฟิน
——
ทางหมู่บ้านพักพนักงานโรงงานฝ้าย ลู่เหล่าใหญ่รออยู่นานก็ยังไม่เห็นหวังอวี้เฟินกลับมา
เขาเพิ่งเปลี่ยนรองเท้าเสร็จและกำลังจะออกไปดูที่ธนาคาร ก็เห็นคนสองคนผลักประตูเข้ามา
