แม่ลูกสองคนยื้อกันอยู่หลายนาที สุดท้ายยายลู่ก็ทนลูกชายไม่ไหว จึงถือขนมปังกรอบเดินเข้าไปในบ้าน
ปากก็บ่นไม่หยุด แต่รอยยิ้มบนใบหน้ากลับหุบไม่ลง
ซ่งอวี่เหลือบมองหวังอวี้เฟิน ตามปกติแล้วอีกฝ่ายน่าจะแสดงสีหน้าไม่พอใจ อย่างไรเสียขนมปังกรอบกล่องใหญ่ก็ตกไปอยู่ในมือของพ่อแม่สามี
แต่ซ่งอวี่กลับเห็นเพียงความกระวนกระวายกับความคาดหวังบนใบหน้าของเธอ...
ครอบครัวพี่ใหญ่คิดจะทำอะไรกันแน่?
ซ่งอวี่ไม่ได้คิดไปถึงเรื่องยืมเงิน อย่างไรเสียลู่เอ้อเพิ่งเปิดโปงว่าพวกเขามีเงินเก็บอยู่เท่าไร ผ่านไปแค่เดือนกว่า ๆ คงไม่มีทางใช้หมดหรอก...
——
ยายลู่คิดว่าครอบครัวพี่ใหญ่จะกลับมาตอนเย็น มื้อกลางวันจึงทำอาหารง่ายเป็นพิเศษ
มีแค่ถั่วฝักยาวผัดหนึ่งจาน กินกับหมั่นโถว แล้วก็โจ๊กถั่วเขียวหม้อใหญ่
ส่วนชามของลู่หยาน ซ่งอวี่ทำไข่ดาวให้ต่างหากหนึ่งฟอง
จ้วงจ้วงอยากกิน แต่ยังจำบทเรียนเมื่อสัปดาห์ก่อนได้ จึงไม่กล้าเอ่ยปากขอตรง ๆ
ทว่าสายตากลับเหลือบมองชามของลู่หยานเป็นระยะ...
ยายลู่เห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้ กำลังจะลุกไปทอดไข่ให้เด็ก ๆ สองฟอง แต่ตาลู่กลับคว้าแขนเธอไว้
“ตาแก่ ดึงฉันไว้ทำไม?”
ตาลู่พูดเสียงเข้ม “กินข้าวของคุณไป”
“ฉันจะไปทอดไข่ให้ตุนตุนกับจ้วงจ้วงกิน”
ยายลู่สะบัดมือเขาแล้วรีบวิ่งเข้าครัว
ตาลู่รีบอธิบายกับซ่งอวี่ “สะใภ้รอง แม่ของเธอเห็นว่าเสี้ยวหยานมีไข่กิน เลยไม่ได้ทอดให้เธอ”
“อืม เข้าใจแล้วค่ะพ่อ”
น้ำเสียงของซ่งอวี่เรียบเฉย สีหน้าก็ไม่เปลี่ยน จึงดูไม่ออกว่าโกรธหรือเปล่า
