ซ่งอวี่มีแผนของตัวเองอยู่แล้ว เรื่องที่หวังอวี้เฟินก่อขึ้นคราวนี้พอดีเป็นข้ออ้างให้เธอได้อย่างเหมาะเจาะ
เธอกวาดตามองคนรอบข้าง ก่อนจะหันไปทางยายลู่ “แม่คะ แม่เป็นผู้ใหญ่ ช่วยตัดสินให้หน่อยสิคะ การกระทำของพี่สะใภ้เมื่อกี้ทำให้ทุกคนอยู่ไม่เป็นสุข เธอควรขอโทษฉันไหมคะ”
“นี่...”
จู่ ๆ ก็ถูกเรียกชื่อ ยายลู่จึงทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง
เดิมทีก็เกรงใจลูกสะใภ้คนนี้อยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้เธอใช้น้ำเสียงเหมือนครูเรียกชื่อนักเรียนขึ้นตอบ ยายลู่ก็ยิ่งรู้สึกกระวนกระวาย
กำลังจะบอกว่าควรขอโทษ แต่พอเห็นพี่ใหญ่ลู่มองมาด้วยสายตาวิงวอน ยายลู่ก็ใจอ่อน “สะใภ้รอง พี่สะใภ้ใหญ่รู้แล้วว่าตัวเองผิด พวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่ต้องยืนกรานเอาคำขอโทษแค่ปากเปล่าก็ได้มั้ง”
ซ่งอวี่เผยสีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้มอีกครั้ง ลู่เอ้อแอบจุ๊ปากในใจ พลางสงสัยว่าเมียตัวเองคิดจะทำอะไรกันแน่!
ปกติถึงเวลานี้ เธอคงไม่อยากยืดเยื้อให้มากความ แล้วปล่อยให้เขาออกหน้าแทน
แต่วันนี้เธอกลับใจเย็นอธิบายเหตุผลกับพี่สะใภ้และแม่ นี่ไม่ใช่นิสัยของเธอเลย!
จริงอย่างที่ว่า เรื่องผิดปกติมักมีเงื่อนงำ ประโยคถัดมาเขาก็ได้ยินซ่งอวี่พูดว่า “ถ้าพี่สะใภ้ไม่ขอโทษก็ได้ งั้นก็แบ่งแยกครอบครัวกันเถอะ!”
“แบ่งแยกครอบครัว!”
“เป็นไปไม่ได้!”
ยายลู่ปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด “สะใภ้รอง อยู่กันดี ๆ จะมาแบ่งแยกครอบครัวอะไรกัน”
“แม่คิดว่าฉันกับพี่สะใภ้เป็นแบบนี้ เรียกว่าอยู่กันดี ๆ เหรอคะ”
ซ่งอวี่ถามยายลู่ด้วยน้ำเสียงประชด ก่อนจะยื่นคำขาด “ฉันพูดไว้ตรงนี้เลยนะคะ ไม่พี่สะใภ้ก็ต้องขอโทษฉันกับเสี้ยวหยาน ไม่อย่างนั้นก็แบ่งแยกครอบครัวกัน”
