หลังจากไปถึงร้านอาหารของรัฐ ซ่งอวี่ก็ไม่ได้อยู่กินที่นั่น
เธอห่อหมั่นโถวกับอาหารพะโล้กลับไปหลายชิ้น ตั้งใจจะกลับไปกินกับลู่เอ้อที่โรงพยาบาล
ถ้าไม่ใช่เพราะไม่มีภาชนะที่เหมาะสม เธอก็อยากตักน้ำแกงร้อน ๆ กลับไปด้วย
อาหารพะโล้กับอาหารประเภทน้ำไม่ต้องใช้บัตรเสบียง จ่ายเงินก็ซื้อได้!
ส่วนทางด้านลู่เจี้ยนหงส์ เธอมาถึงหมู่บ้านพักพนักงานโรงงานฝ้ายอย่างกระตือรือร้น ตอนนี้แต่ละครอบครัวกำลังกินมื้อกลางวันกันอยู่ จึงไม่มีใครสังเกตเห็นเธอ
“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ รีบเปิดประตูสิ”
ครอบครัวพี่ใหญ่ลู่ใกล้จะกินมื้อกลางวันเสร็จแล้ว ตอนนี้ทุกคนนั่งล้อมโต๊ะอาหารพูดคุยกันเรื่องนั้นเรื่องนี้
พอได้ยินเสียงดังมาจากนอกประตู พี่ใหญ่ลู่ก็เลิกคิ้วถามว่า “อวี้เฟิน ฟังดูเหมือนเสียงพี่สาวคนโตเลยนะ”
หวังอวี้เฟินเอนตัวและชะโงกหน้าไปทางประตู ผ่านไปไม่กี่วินาทีก็พยักหน้า “ใช่แล้ว เสียงพี่สาวคนโตจริง ๆ เวลานี้เธอมาทำไมกันนะ”
พูดจบ เธอก็ลุกไปเปิดประตูอย่างไม่ค่อยพอใจนัก แต่ทันทีที่ประตูเปิด เธอก็เปลี่ยนเป็นยิ้มอย่างพอเหมาะพอดี
“พี่สาวคนโต มาทำไมคะ”
“รีบเข้ามานั่งก่อนสิ ข้างนอกหนาวจะแย่แล้ว”
หวังอวี้เฟินพูดพลางดึงลู่เจี้ยนหงส์เข้ามาในบ้าน แล้วก็ทักทายอย่างกระตือรือร้นให้เธอนั่งลง
ทันทีที่ลู่เจี้ยนหงส์เข้ามาในบ้าน สายตาก็อดเหลือบไปมองโต๊ะอาหารไม่ได้
เห็นบนโต๊ะเหลือเพียงเศษอาหารกับข้าวที่กินเหลือ คิดว่าครอบครัวพี่ใหญ่เพิ่งกินมื้อกลางวันเสร็จ
เธอไม่ได้พูดทักทายให้เสียเวลา แต่บอกจุดประสงค์ที่มาทันที “พี่ใหญ่ เสี่ยวเยว่อยู่โรงพยาบาล ฉันรีบออกมาเลยไม่ได้เอาอะไรติดตัวมาด้วย ก็เลยคิดว่าจะมาขอยืมกาน้ำร้อนกับแก้วเคลือบจากบ้านพี่”
