ลู่เจี้ยนหงส์นั่งอยู่บนเก้าอี้ รอพี่ใหญ่ลู่ไปหากาน้ำร้อน
ผ่านไปห้านาที พี่ใหญ่ลู่ก็เดินออกมา มือซ้ายถือกาน้ำร้อนเก่า ๆ พัง ๆ ส่วนมือขวาถือแก้วเคลือบบุบเบี้ยว
“พี่สาว นี่แก้วเคลือบกับกาน้ำร้อนที่หาให้”
พอลู่เจี้ยนหงส์เห็นแก้วเคลือบกับกาน้ำร้อน ดวงตาก็เบิกกว้าง
ของสองชิ้นนี้ถึงขั้นเอาไปทิ้งที่สถานีรับซื้อของเก่าแล้วคนอื่นยังรังเกียจ แต่พวกเขากลับให้เธอเอาไปใช้ที่โรงพยาบาลเนี่ยนะ?
แถมยังได้ยินพี่ใหญ่ลู่พูดด้วยสีหน้าใจกว้างว่า “พี่สาว แก้วเคลือบกับกาน้ำร้อนนี่ให้พี่เลย ไม่ต้องคืน!”
ลู่เจี้ยนหงส์พูดไม่ออกอีกครั้ง เธอรับของมาเงียบ ๆ แล้วพยักหน้าให้พี่ใหญ่ลู่ ก่อนจะเดินจากไปอย่างเงียบงัน...
พอเธอเดินออกจากหมู่บ้านพักพนักงานไปแล้ว หวังอวี้เฟินถึงพูดกับพี่ใหญ่ลู่ด้วยสีหน้ารังเกียจว่า “โชคดีที่เราไม่ได้ให้ยืมกาน้ำร้อนใบใหม่ ดูสิ ได้ของไปแล้วยังไม่พูดขอบคุณสักคำ ทำเหมือนพวกเราติดค้างอะไรเธออย่างนั้นแหละ!”
พี่ใหญ่ลู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย “พอเถอะ เธอพูดให้น้อยหน่อย!”
“เธอยังไงก็เป็นพี่สาวผม ปกติก็ดีกับพวกเราไม่น้อย เสี่ยวเยว่กำลังนอนอยู่โรงพยาบาล ไม่มีแก่ใจจะทักทายก็เป็นเรื่องปกติ เธอจำเป็นต้องคิดเล็กคิดน้อยขนาดนั้นเลยเหรอ?”
พูดจบเขาก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ จึงถามหยั่งเชิงว่า “ถึงผมจะคิดว่าเสี่ยวเยว่ต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะตัวเองก็เถอะ แต่ยังไงก็เป็นหลานสาวผม แถมโรงพยาบาลก็อยู่ใกล้บ้านเราขนาดนี้ เธอว่าเราควรไปเยี่ยมไหม?”
“อยากไปก็ไปคนเดียว ฉันไม่ไป! อีกอย่างพรุ่งนี้เราสองคนก็ต้องไปทำงาน”
