หลังจากพาเซียงเยว่ไปส่งที่ห้องผู้ป่วย พยาบาลก็อธิบายข้อควรระวังเสร็จแล้วจึงออกไป
พอทุกคนออกไปแล้ว ลู่เจี้ยนหงส์ก็รีบถลาไปข้างเตียง เธออยากจับมือเซียงเยว่ แต่พอเห็นเข็มที่หลังมือของอีกฝ่ายก็สะดุ้ง หดมือกลับอย่างลังเล
ลู่เอ้อหาเก้าอี้มาให้ซ่งอวี่นั่ง จากนั้นเดินไปหยุดข้างลู่เจี้ยนหงส์แล้วถามเสียงเข้มว่า “พี่ใหญ่ ถ้าวันนี้ผมไม่ได้มาเยี่ยมเสี่ยวเยว่ เธอนอนหมดสติอยู่บนเตียง พี่ก็คงคิดแค่ว่าเธอหลับไปสินะ”
“ลู่เอ้อ ฉัน...”
ลู่เจี้ยนหงส์ก้มหน้า ไม่กล้าตอบ เมื่อในห้องผู้ป่วยไม่มีคนอื่น ลู่เอ้อจึงด่าต่อ
“ลูกสาวแท้ ๆ ของพี่ตกน้ำจนต้องนอนอยู่บนเตียง พี่ไม่ดูแลเอาใจใส่ก็ยังพอว่า แต่นี่ยังทิ้งเธอไว้คนเดียวในห้อง แล้วไปหัวเราะพูดคุยกับแม่สามีและพี่สะใภ้น้องสะใภ้ที่ต่อหน้าดีลับหลังร้ายอีก พี่ยังสมควรเป็นแม่คนหรือเปล่า”
“ถ้าคนที่นอนอยู่บนเตียงเป็นเสี่ยวเทาหรือหมินหมิน พี่จะยังไม่สนใจไยดีเหมือนเดิมไหม”
ลู่เจี้ยนหงส์ก้มหน้าต่ำลงเรื่อย ๆ แต่เสียงด่าของลู่เอ้อกลับไม่หยุด
เขาถามว่า “พี่เคยรับปากเสี่ยวเยว่แล้วว่า พอหมินหมินเข้าเรียนประถม เธอก็จะได้เรียนด้วย ทำไมถึงกลับคำเสียล่ะ”
“บ้านพี่ก็ไม่ได้ยากจนถึงขั้นไม่มีข้าวกิน ให้เด็กเรียนสักสองปี รู้จักหนังสือสักไม่กี่ตัวแล้วจะเป็นอะไรไป”
เซี่ยงเทาเป็นเด็กเรียนไม่เก่ง หลังเรียนจบประถมก็เลือกไม่เรียนต่อเอง โดยไม่ต้องให้คนที่บ้านพูดอะไร
เซียงเยว่อายุน้อยกว่าเขาแค่สามปี แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้เข้าเรียน
ก่อนหน้านี้ลู่เอ้อเคยเกลี้ยกล่อมลู่เจี้ยนหงส์แล้ว แต่อีกฝ่ายยืนกรานว่าจะรอให้เซี่ยงหมินถึงวัยเข้าเรียนก่อน ถึงจะยอมให้เซียงเยว่เรียนหนังสือ
