ลู่เอ้อไม่ได้พูดอะไร เพียงส่ายหน้าแล้วกินซาลาเปาต่อ
ตาลู่ตั้งใจจะอาศัยช่วงกินข้าวชวนลูกชายคุยเล่น เพื่อกระชับความสัมพันธ์พ่อลูกให้แน่นแฟ้นขึ้น
แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่มีใจจะพูดคุย เขาก็ทำได้เพียงล้มเลิกความตั้งใจ แล้วตั้งหน้าตั้งตากินข้าว
“เสี้ยวหยาน ลูกกินซาลาเปาไปสองลูกแล้ว กินอีกไม่ได้แล้วนะ!”
แป้งที่ใช้ทำซาลาเปาเป็นข้าวสาลีใหม่ของปีนี้ นวดจนเป็นก้อนแป้งแล้วใส่ไส้ที่ปรุงจากเห็ดสดกับถั่วฝักยาว รสชาติอร่อยเป็นเลิศ
ลู่หยานดื่มโจ๊กไปถ้วยเล็ก ๆ กินซาลาเปาไปสองลูกแล้วก็แอบยื่นมือไปหยิบจากจาน แต่ซ่งอวี่ตาไวเห็นเข้าพอดี
“แม่คะ หนูขอกินอีกลูกสุดท้าย!”
ลู่หยานชูนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้ว แล้วเอาตัวถูแขนซ่งอวี่อย่างออดอ้อน
ลู่เอ้อช่วยพูดเกลี้ยกล่อมด้วย “เมียจ๋า ซาลาเปาไส้ผักย่อยง่าย ให้ลูกสาวกินอีกลูกเถอะนะ”
“ไม่ได้”
ซ่งอวี่จิ้มหน้าผากลู่หยานเบา ๆ “ตอนนี้ท้องของลูกมีความจุแค่นี้ กินมากไปก็ย่อยไม่หมด กลางคืนจะนอนไม่สบายเอา”
พูดจบเธอก็วางตะเกียบลงบนโต๊ะ “เอาละ แม่ก็ไม่กินแล้วเหมือนกัน พาลูกออกไปเดินย่อยอาหารกัน”
“งั้น… ก็ได้ค่ะ”
ตอนนี้ยังไม่ถึงหนึ่งทุ่ม ข้างนอกยังสว่างอยู่ สองแม่ลูกจึงเดินเล่นวนรอบบ้าน
“ครูซ่ง ออกมาเดินย่อยอาหารหรือคะ?”
เป่ยอากุ้ยพาหลานชายหลายคนออกมา บังเอิญเจอซ่งอวี่เข้าพอดี จึงรีบทักทายอย่างกระตือรือร้น
“ป้าก็ออกมาเดินย่อยอาหารเหมือนกันหรือคะ?”
“อืม ที่บ้านมีสะใภ้สองคนช่วยเก็บกวาด ฉันเห็นเจ้าลิงแสบสามตัวนี่ก่อกวนอยู่ในบ้าน เลยพาพวกเขาออกมาข้างนอกเสียเลย”
เป่ยอากุ้ยหมายถึงหลานชายตัวน้อยทั้งสาม หนานหนานเดินตามอยู่ข้าง ๆ พอเห็นลู่หยานก็วิ่งเข้ามาหาด้วยความดีใจ
