ตอนลู่เอ้อกลับเข้าห้อง ลู่หยานก็หลับไปแล้ว แขนขากางออกเป็นรูปตัวใหญ่ กินพื้นที่บนเตียงไปเกือบครึ่ง
ลู่เอ้อขยับลูกสาวเข้าไปด้านในเตียง ก่อนจะกอดซ่งอวี่ลงนอนด้วย “เมีย ปีหน้าให้พ่อแม่เอาเงินมาสร้างห้องเพิ่มสักสองสามห้องดีไหม?”
“ทำไมจู่ ๆ ถึงคิดจะสร้างบ้านล่ะ?” ซ่งอวี่พลิกตัวหันมาสบตากับลู่เอ้อ
เห็นภรรยาหันมา ลู่เอ้อก็โน้มลงจุ๊บเธอหนึ่งที แต่กลับถูกซ่งอวี่ตบเข้าให้! “อย่ามาเล่นนะ ช่วงนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยว พรุ่งนี้คุณยังต้องไปทำงานอีก”
พูดจบเธอก็ดันอกลู่เอ้อเบา ๆ “รีบบอกฉันมาสิว่าทำไมถึงอยากสร้างบ้าน?”
“ฮี่ ๆ” ลู่เอ้อหัวเราะสองที ก่อนจะเล่าความคิดในใจออกมา “ลูกสาวของเราโตขึ้นทุกวัน นอนเบียดกับเราตลอดคงไม่สบายตัว”
“อีกอย่าง น้องสามก็ใกล้จะเข้าเรียนมัธยมปลายแล้ว อีกสองปีพอเรียนจบก็จะออกมาทำงาน ถึงตอนนั้นที่บ้านก็ต้องเตรียมจัดการเรื่องหาภรรยาให้เขา พอลูกของเขาโตขึ้นก็ต้องมีห้องแยกเป็นของตัวเอง”
“ยังมีตุนตุนกับจ้วงจ้วง ตอนนี้สองคนยังนอนเบียดกับพี่ใหญ่และพี่สะใภ้ได้ แต่พออายุสิบขวบก็ต้องแยกห้องนอนกันแล้ว”
ถ้าซ่งอวี่ไม่ได้ข้ามเวลามา และไม่รู้ว่าอีกสองปีข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะกลับมาจัดสอบอีกครั้ง ปัญญาชนจะได้กลับเข้าเมือง เธอคงตอบตกลงข้อเสนอของลู่เอ้อไปแล้ว
แต่การข้ามเวลาคือความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอในโลกนี้ เธอจะไม่บอกใครทั้งนั้น ทั้งพ่อแม่ คนที่นอนอยู่ข้างกาย และลูก ๆ!
บางทีตอนแก่เฒ่าใกล้สิ้นลมหายใจ เธออาจจะเล่าทุกอย่างออกมา แต่ไม่ใช่ตอนนี้...
