ยายลู่คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแสร้งทำเป็นใจกว้างแล้วพูดว่า “เห็นแก่ที่พวกเราเป็นเพื่อนบ้านกัน ไม่เอาหลายพันแล้ว เอาแค่หนึ่งพันหยวนก็พอ”
พูดจบก็นั่งรออีกฝ่ายจ่ายเงินตาปริบ ๆ...
บรรยากาศเงียบกริบ ทุกคนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ต่างกำลังใช้สมองขบคิดกันยกใหญ่!
วิธีคิดของยายลู่ก็พอมีเหตุผลอยู่บ้าง ถ้าอย่างนั้นต่อไปไก่เป็ดที่บ้านตัวเองถูกขโมย จะคิดเงินแบบนี้ได้เหมือนกันหรือเปล่านะ?
ซ่งอวี่หลบอยู่หลังลู่เอ้อ หัวเราะออกมาเงียบ ๆ แม่สามีคนนี้ช่างไร้เดียงสาจนน่าขันจริง ๆ
เป็ดแค่ตัวเดียว ยังกล้าเรียกให้ตระกูลหวงจ่ายชดใช้หนึ่งพันหยวนอีกหรือ!
ความขุ่นเคืองที่ถูกด่าก่อนกินข้าวมลายหายไปแล้ว ตอนนี้เธอตื่นเต้นจนแทบรอไม่ไหว อยากเห็นยายลู่ขายหน้าเต็มที...
“สวรรค์เอ๋ย ยังจะให้คนอยู่กันได้ไหม! กินเป็ดไปแค่ตัวเดียว ยายลู่คนอัปมงคลนั่นกลับกล้าให้บ้านฉันจ่ายชดใช้หนึ่งพันหยวน!”
“แม้แต่เง็กเซียนฮ่องเต้กินเป็ดตัวหนึ่งยังไม่ต้องจ่ายถึงพันหยวนเลย ยายลู่ใจดำคิดจะกรรโชกบ้านเราหรือไง!”
ยายหวงเป็นคนแรกที่ได้สติ เธอทิ้งตัวนั่งลงกับพื้น ตบต้นขาตัวเองไม่หยุด ปากก็สาปแช่งยายลู่ไปด้วย
ตาลู่ขยับริมฝีปากที่สั่นระริก ดึงชายเสื้อยายลู่แล้วกระซิบว่า “รู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่?”
“หนึ่งพันหยวนเชียวนะ สมองเธอทำจากแป้งเปียกหรือไง ตระกูลหวงจะให้เงินเธอได้ยังไง!”
“ชิ!” ยายลู่โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “ก็มีหัวหน้าหมู่อยู่ที่นี่ไง เขายังสนับสนุนให้ฉันไปเรียกค่าเสียหายจากตระกูลหวงเลย”
