เว่ยอวี่อยากหาโอกาสออกไปเดินเล่นข้างนอกบ้าง จะหลบอยู่แต่ในห้องใต้ดินตลอดก็ไม่ใช่เรื่อง
แต่ทุกครั้งที่เธอเอ่ยถึงเรื่องนี้ หมิงซูก็จะกระวนกระวายขึ้นมาทันที เขาบอกเธอด้วยน้ำเสียงจริงจังว่าข้างนอกอันตรายแค่ไหน
ถ้าเว่ยอวี่คิดจะหนีจริง ๆ การเชื่อฟังเขาย่อมเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง แต่เป้าหมายของเธอคือทำภารกิจให้สำเร็จ คำเกลี้ยกล่อมของหมิงซูจึงกลายเป็นการขัดขวางในทางปฏิบัติ
เขาทำไปเพราะหวังดีต่อเธอจริง ๆ เว่ยอวี่จึงไม่กล้าพูดตรง ๆ เลยคิดหาวิธีอ้อมค้อม แสร้งทำเป็นเอ่ยขึ้นมาลอย ๆ ว่าอยากกินขนมจากร้านแห่งหนึ่งทางใต้ของเมือง
บางทีเพื่อไม่ให้ใครสงสัย คนในร้านอาจถูกหมิงซูส่งตัวออกไปหมดแล้ว หากอยากซื้อขนม ก็มีแต่หมิงซูที่ต้องไปเอง
เป็นอย่างที่คิด วันต่อมา หมิงซูกำชับเว่ยอวี่ให้อยู่ข้างล่างดี ๆ อย่าออกไปไหน เขาจะออกไปเดี๋ยวเดียวแล้วรีบกลับมา
เขาเพิ่งออกไปได้ไม่นาน เว่ยอวี่ก็ปีนขึ้นมา หลายวันแล้วที่เธอไม่ได้เห็นแสงตะวัน ดวงตาจึงแทบลืมไม่ขึ้น
เธอปรับสายตาอยู่ครู่หนึ่งแล้วลองเปิดประตู แต่กลับพบว่าประตูคงถูกล็อกจากด้านนอก ขยับไม่ได้แม้แต่น้อย
โชคดีที่กองลังข้างกำแพงยังอยู่ เว่ยอวี่จึงปีนขึ้นกำแพงด้วยวิธีเดียวกับครั้งก่อน
.
ภายในรถสีดำ ฟู่ติงกวานมีรอยคล้ำรอบดวงตา สีหน้าเหนื่อยล้าอย่างหนัก
พวกเขาตามหากันมาติดต่อกันหลายวันแล้ว แต่ก็ยังไม่พบเบาะแสใด ๆ ราวกับคุณนายหายตัวไปในอากาศหลังออกจากร้านตัดเสื้อ ต่อให้พลิกแผ่นดินหา ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา
แม้เขาจะร้อนใจและขมขื่น แต่ก็ไม่กล้าเทียบกับลูกพี่
หลายวันมานี้ ลูกพี่กินและนอนเพียงเพื่อประคองชีวิตไว้เท่านั้น พอลืมตาก็ออกไปตามหาคน ไม่สนใจธุระในแก๊ง ไม่เอาการค้าท่าเรือแล้ว นอกจากถามว่าพบคนหรือยัง ก็ไม่พูดคุยกับพวกเขาอีก
