“ทั้งหมดเป็นเพราะความระแวงแท้ ๆ” เว่ยอวี่เอนกายพิงอกเผยหวนอย่างเกียจคร้าน พลางเล่นเส้นผมของเขา ก่อนสรุปว่า “ระหว่างเราควรมีความไว้ใจกันมากกว่านี้”
เผยหวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะจุมพิตหน้าผากนางเบา ๆ แล้วกล่าวอย่างจริงจังว่า “เจ้าพูดถูก”
“เรามาเกี่ยวก้อยกันเถอะ” เว่ยอวี่ลุกขึ้นนั่ง แล้วยื่นนิ้วก้อยออกมา
เผยหวนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยกมุมปากขึ้น แล้วยื่นนิ้วก้อยไปเกี่ยวกับนิ้วก้อยของเว่ยอวี่ นิ้วทั้งสองเกี่ยวกระหวัดกันแนบแน่นสนิทสนม
หลังจากนั้น เว่ยอวี่ก็ยิ่งระมัดระวังตัวมากขึ้นเวลานางออกจากวัง
นางไม่ได้ผิดสัญญาเสียหน่อย เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงชีวิตของนาง นางเองก็จำต้องทำเช่นนี้ จะนับเป็นความผิดของนางได้อย่างไร
ส่วนเผยหวนก็เรียกหน่วยองครักษ์เงามา
แม้จะคืนดีกันแล้ว แต่ข้อสงสัยของเผยหวนก็ยังไม่คลี่คลายทั้งหมด เว่ยอวี่ยังไม่ได้อธิบายเหตุผลที่นางคอยไล่องครักษ์สองคนนั้นไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า อีกทั้งยังดูไม่มีทีท่าว่าจะอธิบายด้วย
เขายังคงวางใจไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางจุมพิตในคืนนั้น
องครักษ์ลอบติดตามนางจนถูกจับได้ เขายังคงไม่รู้ว่านางกำลังปิดบังอะไร เผยหวนจึงทำได้เพียงส่งองครักษ์เงาออกไป
“ทำอะไรให้ระมัดระวัง อย่าให้เหนียงเหนียงจับได้”
หลังได้รับคำสั่ง องครักษ์เงาก็กลับเข้าไปซ่อนตัวในความมืดอีกครั้ง ร่างปราดเปรียวเคลื่อนไหวราวกับภูตผี
บางทีเรื่องที่มีคนสะกดรอยตามเมื่อวานคงทิ้งเงามืดไว้ในใจนาง ความรู้สึกราวกับถูกใครจับจ้องยังคงตามติดไม่ห่างและไม่จางหายไป
เว่ยอวี่หันกลับไปมองอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ จึงค่อยวางใจลงได้บ้าง
