เหมียวซิงเห็นความยินดีของฝ่าบาทอยู่เต็มตา ทว่ายังคงรู้ความ แสร้งทำเป็นไม่รู้อะไรทั้งนั้น แล้วรับคำไปแจ้งข่าวให้
เมื่อข่าวไปถึงตำหนักชิงเยี่ยน เหล่าคนรับใช้ในวังก็พากันดีใจ โห่ร้องยินดี บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่น
จูเซียวถึงกับจัดแต่งทรงผมให้เว่ยอวี่ใหม่ “ในวังหลังมีเพียงพระสนมคนเดียว พวกบ่าวย่อมรู้ว่าฝ่าบาทโปรดพระสนม แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังยินดีที่ได้เห็นพระสนมได้รับความโปรดปรานทุกวัน”
เว่ยอวี่ไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่ได้ห้ามพวกนาง เมื่อจัดแต่งทรงผมใหม่และเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่แล้ว นางก็นั่งอ่านนิยายอยู่หน้าโต๊ะ รอเผยหวนมา
สายตาของจูเซียวเหลือบมองนิยายในมือเว่ยอวี่อยู่หลายครั้ง อยากพูดแต่ก็ไม่กล้า จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านนอก นางจึงรีบเอ่ยเตือนว่า
“พระสนม ไม่อย่างนั้นเก็บนิยายไว้ก่อนดีไหมเพคะ รอฝ่าบาทเสด็จกลับแล้วค่อยอ่าน?”
เว่ยอวี่รู้ว่านางกังวลเรื่องอะไร จึงปลอบอย่างไม่ใส่ใจว่า “ไม่เป็นไร ฝ่าบาทก็ชอบอ่านเรื่องแบบนี้เหมือนกัน”
จูเซียวชะงักไป
เผยหวนเดินเข้ามาจากด้านนอกตำหนัก เมื่อเห็นอาหารเต็มโต๊ะที่ยังไม่ได้แตะต้องก็แปลกใจเล็กน้อย “รอข้าอยู่หรือ?”
เว่ยอวี่พยักหน้า “ข้าดีหรือไม่?”
“อืม” แววตาของเผยหวนสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนตอบรับอย่างเก็บงำ
เว่ยอวี่กลับไม่ค่อยพอใจ “เจ้าต้องตอบให้ชัดเจนสิ”
จูเซียวตกใจอยู่ในใจ
เมื่อก่อนตอนอยู่ตำหนักเฉิงเทียน แม้พวกนางจะได้รับเลือกให้มาปรนนิบัติพระสนมแล้ว แต่คนของฝ่าบาทที่อยู่ใกล้ชิดฝ่าบาทกับพระสนมในตอนนั้นก็ยังมีจำนวนมากกว่า
