ความเจ็บปวดมหาศาลถาโถมเข้าใส่เว่ยอวี่ เธอนิ่งงันอยู่นานกว่าจะได้สติกลับมา
โอ๊ะ หรือว่านี่จะเป็นกับดักที่พระเอกวางไว้ให้เธอตั้งแต่เนิ่น ๆ
พอคิดว่าต่อจากนี้จะไม่มีของพวกนั้นให้กินคู่กับข้าวอีกแล้ว ต้องกินแต่อาหารฝรั่งที่ไม่ถูกปาก เธอก็รู้สึกเศร้าจากใจจริง จนความตั้งใจจะเลิกกันอ่อนลงไปไม่น้อย
แต่หลังจากลังเลอยู่เพียงครู่ เธอก็ตัดสินใจและส่งข้อความตอบกลับไปหนึ่งคำว่า “ได้”
เธอยังแยกแยะได้ว่า ระหว่างความอยากกินชั่ววูบกับภารกิจ อะไรสำคัญกว่ากัน
เพียงแต่จะทำอย่างไรให้พระเอกยอมเลิกกับเธอด้วยความเต็มใจ นั่นยังเป็นปัญหาอยู่
วันต่อมา หลังเว่ยอวี่เรียนเสร็จ เธอก็ออกไปกินข้าวกับเพื่อนใหม่ที่เพิ่งรู้จัก ระหว่างมื้ออาหาร ซางซวี่จิ่งวิดีโอคอลมา เธอไม่ได้ดูว่าเป็นใคร จึงเผลอกดรับสายเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ
ตอนใบหน้าซีดเซียวป่วยไข้ของชายหนุ่มปรากฏบนหน้าจอ เว่ยอวี่กำลังจิ้มแอปเปิลชิ้นหนึ่งเข้าปากพอดี
ถึงจะทะเลาะกันจนมาถึงขั้นนี้แล้ว แต่พอเห็นเธอกำลังกินอะไรอยู่ ซางซวี่จิ่งก็ยังอดถามด้วยความเป็นห่วงตามสัญชาตญาณไม่ได้ “กินมื้อกลางวันอยู่ข้างนอกเหรอ?”
“กินกับเพื่อน...”
เว่ยอวี่ยังพูดไม่ทันจบ ชายหนุ่มผมหยิก ผิวขาว ดวงตาสีน้ำตาลเข้มก็เข้ามาอยู่ในภาพพอดี มือเรียวที่เห็นเส้นเลือดชัดยื่นเครื่องดื่มรสเปรี้ยวหวานให้เธอ
“อวี่ ลองชิมนี่ดูสิ” เขาพูดภาษาจีนอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ดวงตาจ้องเว่ยอวี่ไม่กะพริบ ราวกับลูกหมาน้อยที่กระตือรือร้นแต่ก็ขี้อายง่าย ไม่ทันสังเกตเลยว่าเว่ยอวี่กำลังวิดีโอคอลกับใครอยู่
