เกสไม่ทันตั้งตัว ร่างก็ล้มคว่ำลงกับพื้นทันที
เว่ยอวี่ลงจากรถช้าไปหน่อย พอออกมาจากรถ เกสก็เอามือกุมหน้า ขดตัวอยู่บนพื้นแล้ว
ด้านหลังจี้เยี่ยนมีกลุ่มคนตามมาด้วย ทุกคนมีสีหน้าตื่นตระหนก อยากเข้าไปห้ามแต่ไม่มีใครกล้า ได้แต่เอ่ยปากเกลี้ยกล่อม
เธอตกใจจนเบิกตากว้าง มองจี้เยี่ยนพลางถามว่า “คุณทำอะไรน่ะ?”
จี้เยี่ยนยังโกรธไม่หาย กรามขบแน่น แต่เขาหลับตาลงครู่หนึ่งแล้วข่มโทสะไว้
“เขาไม่รู้จักกาลเทศะ เลยต้องสั่งสอนสักหน่อย” จี้เยี่ยนก้มหน้าชี้แจงกับเธอ
เว่ยอวี่สงสัยว่าคำพูดของเกสเมื่อครู่คงเป็นต้นเหตุให้เขาโดนเล่นงาน เธอรู้สึกผิดอยู่บ้าง แต่เลือดก็ไหลอาบใบหน้าเกสแล้ว คุณชายผู้สูงศักดิ์มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพนับถือ กลับไม่มีใครกล้าเข้าไปพยุงเขาสักคน
“เข้าไปข้างในก่อนเถอะ” จี้เยี่ยนจับมือเธอไว้
“หัวเขาแตกแล้วนะ” เว่ยอวี่ทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง
“เดี๋ยวจะมีคนพาเขาไปโรงพยาบาลเอง” จี้เยี่ยนบอก
เว่ยอวี่จึงค่อยวางใจชั่วคราว แล้วเดินเข้าไปกับเขา
“คุณไม่ได้บอกว่าจะมาไม่ได้เหรอ?” เธอถาม
“การประชุมถูกยกเลิกกะทันหันน่ะ” จี้เยี่ยนตอบหน้าตาเฉย พลางหาเหตุผลมาอ้าง
เสียงของทั้งคู่ค่อย ๆ ห่างออกไป เกสจึงลุกขึ้นจากพื้น มือยังเปื้อนเลือด
ใครจะกล้าพาเขาไปโรงพยาบาลกันจริง ๆ คำพูดของคุณชายจี้พูดให้ใครฟัง พวกเขารู้แก่ใจดี
เกสเปิดประตูรถ แล้วค้นเบาะหลังไปทั่ว จนเจอของขวัญที่พี่ชายฝากให้เอามาให้พี่สะใภ้ พอเปิดกล่องออกก็เห็นสร้อยคอเส้นหนึ่ง ใต้ผ้าบุมีอุปกรณ์สีดำขนาดเท่าเล็บซ่อนอยู่ชัด ๆ มันคือเครื่องดักฟัง