เป็นไปได้ยังไงกัน ฟู่ติงกวานรู้สึกแปลกใจ ทางสำนักเฟยอวิ๋นไม่มีความเคลื่อนไหว ส่วนท่าเรือก็ไม่ได้วุ่นวายอะไร
ฟู่หลัวรีบมาถึงอย่างรวดเร็ว สีหน้าหม่นหมองปรากฏขึ้นอีกครั้ง เขาก้าวยาว ๆ เข้ามาถามฟู่ติงกวานถึงสถานการณ์
ฟู่ติงกวานรายงานไปตามจริง จากนั้นก็ทำตามคำสั่งของฟู่หลัว นำคนออกค้นหาทั่วทั้งท่าเรือ
พวกเขาแยกย้ายกันค้นหา ผู้คนทั้งด้านในและด้านนอกท่าเรือล้วนถูกสอบสวน แต่กลับไม่พบเบาะแสใด ๆ
แสงอาทิตย์ยามเย็นค่อย ๆ ทาบขอบฟ้า งดงามอ่อนช้อยราวกับสีสันที่สาดส่องลงมา ทว่ากลับไม่มีใครมีอารมณ์ชื่นชม
ฟู่ติงกวานขึ้นไปบนเรือบรรทุกสินค้า
เดิมทีเขาไม่ได้ค้นหาเรือลำนี้ แต่ผู้ดูแลเรือลำนี้ไปหาเขา บอกอย่างลำบากใจว่าสินค้าล็อตนี้เร่งให้ส่ง ต้องรีบออกเดินทาง เขาจึงมาค้นเรือลำนี้ก่อน
เว่ยอวี่พลันได้ยินเสียงฝีเท้า เสียงนั้นอยู่ใกล้แค่เอื้อม ขนทั่วร่างของเธอลุกชันขึ้นมาทันที
พลาดแล้ว เธอคิด เธอน่าจะรอให้ดึกกว่านี้แล้วค่อยหนี ไม่นึกเลยว่าแม้แต่เรือที่ออกเดินทางเร็วที่สุดก็ยังชักช้าขนาดนี้
ฟังจากเสียงแล้ว ดูเหมือนคนของฟู่หลัวจะมาจับเธอ
เวลาของภารกิจยังไม่หมด
หัวใจเธอเต้นรัว
ลังสินค้าทุกใบที่ซ่อนคนได้ถูกเปิดออกตรวจค้น แต่ทุกครั้งก็พบเพียงความผิดหวัง ใบหน้าของฟู่ติงกวานค่อย ๆ เผยความเหนื่อยล้าและด้านชา
ค้นมาถึงด้านในสุดแล้ว เหลือเพียงตรวจลังใบนี้ตามหน้าที่ให้เสร็จ ก็จะได้กลับไปเสียที
แต่หัวใจของฟู่ติงกวานพลันกระตุก เขาราวกับได้ยินเสียงหายใจแผ่วเบา
เขาหยุดฝีเท้า เสียงหอบหายใจเบา ๆ อย่างระมัดระวังนั้นแว่วชัดเข้ามาในหู
เขาค่อย ๆ ย่องเข้าไปใกล้ มือที่จับปืนมานานวางลงตรงขอบลัง
ไปแล้วหรือยัง? เว่ยอวี่ปิดปากตัวเองแน่น เงี่ยหูฟังความเคลื่อนไหวด้านนอกอย่างระมัดระวัง
ฟู่ติงกวานเปิดฝาลังขึ้นอย่างรวดเร็ว เว่ยอวี่เบิกตากว้าง
หญิงสาวผู้ตกใจปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา แก้มขาวซีดราวหิมะ ดวงตากลมงามชุ่มฉ่ำคล้ายแช่อยู่ในน้ำ สั่นไหวเล็กน้อยขณะมองเขา นิ้วเรียวขาวปิดริมฝีปากสีแดงระเรื่อ ริมฝีปากอ่อนนุ่มดุจกลีบดอกไม้ขยับน้อย ๆ นี่กำลังขอร้องเขาหรือ?
ชั่วขณะนั้น ความคิดมากมายแล่นผ่านใจฟู่ติงกวาน
